ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Mar 18, 2026 อาการเป๋! เลขาฯสภาพัฒน์บอก ทุกประเทศต้องหาทางรอดตัวเอง ถ้าสงครามอิหร่านยื้อเกิน 3 เดือนบนน้ำมันดิบเกิน 120 ดอลล์ ตลึงอีก ทุกวันนี้ ไม่สามารถคาดตัวเลขเศรษฐกิจ หรือจีดีพีไทยได้เลย ต้องรอดูรัฐบาลจะทำอะไร

    นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ (สศช.) เปิดเผยว่า สถาการณ์สงครามในตะวันออกกลางปัจจุบันยังไม่นิ่ง โดยสหรัฐฯ ยังมีการทำลายแหล่งผลิตน้ำมันทั้งในอิหร่านและประเทศโดยรอบ ทำให้ให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบัน ราคาน้ำมันดิบดูไบเพิ่มขึ้นประมาณ 125% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์สู้รบ ขณะที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปหรือดีเซลที่ตลาดสิงคโปร์เพิ่มขึ้นถึง 190% ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา

    ปัจจุบัน สภาพัฒน์ยังไม่สามารถประเมินจีดีพีของไทยได้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่นิ่ง และและต้องรอดูว่ามาตรการรัฐจะทำอะไรได้บ้าง

    อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ได้ประเมินแนวโน้มสงครามตะวันออกกลางออกเป็น 3 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 1 กรณีสงครามจบภายใน 1 เดือนหรือภายในกลางเดือนเม.ย. 2569 คาดการณ์ว่าสงครามจะยุติได้ เนื่องจากแรงกดดันภายในของสหรัฐฯ และอิสราเอล คาดว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 85 เหรียญต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อของไทยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1% เพิ่มขึ้นจากสมมติฐานเดิมที่ 58 – 68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของไทยปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 1% จากเดิมที่คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ -0.3 ถึง 0.7%

    กรณีที่ 2 สงครามรุนแรงและยืดเยื้อ 3 เดือน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซจนเรือผ่านไม่ได้นานถึง 3 เดือน หลายประเทศจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเงินเฟ้อพุ่งขึ้น และอาจจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถอดถอย คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 95 – 105 เหรียญต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อของไทยจะพุ่งไปที่ประมาณ 1.9%

    และกรณีที่ 3 กรณีสงครามขยายตัววงกว้างยืดเยื้อเกิน 3 เดือนขึ้นไป คาดว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยจะสูงเกิน 120 เหรียญต่อบาร์เรล ผลกระทบด้านเงินเฟ้อจะสูงมากจนประเมินได้ยาก และทุกประเทศต้องหาทางเอาตัวรอดเอง

    นอกจากนี้ สภาพัฒน์ประเมินว่าทุก ๆ การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 1 บาท จะส่งผลกระทบให้ผลิตภัรฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีลดลงประมาณ -0.02% ท่ามกลางกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหลัก ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ ภาคการขนส่ง ใช้ดีเซลสูงถึง 18,000 ล้านลิตรต่อปี, ภาคเกษตรกรรม ใช้ดีเซลประมาณ 1,800 ล้านลิตรต่อปี และได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากราคาปุ๋ย, และภาคอุตสาหกรรมการผลิต ใช้ทั้งดีเซล 1,600 ล้านลิตรต่อปี รวมถึงน้ำมันเตา และไฟฟ้า ส่วนน้ำมันก๊าซไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากไทยผลิตเองในอ่าวไทยได้ประมาณ 60% ของความต้องการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
    #อิหร่าน #สงคราม #ไทย #จีดีพี #เศรษฐกิจ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/14a58v2Gv8Z/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘จ็อบเบอร์’ คือใคร เปิดเบื้องหลังตัวละครลับ ที่ทำน้ำมันแพง? ธุรกิจกำลังดิ้นหนีตาย ดีเซล 33 บาท อาจเอาไม่อยู่
    โดย เสาวลักษณ์ เขตสูงเนิน
    18.03.2026

    ความผันผวนของราคาพลังงานหลังเจอวิกฤตปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลามมาถึงปัญหาข้าวของแพง ภาพความ ‘โกลาหล’ ผู้คนแห่กักตุนน้ำมัน

    แม้มักจะได้รับคำอธิบายปมปัญหาสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ภาพสะท้อนความเป็นจริง ‘ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม’ ที่คนไทยเห็น ล้วนมาจากหลายปัจจัยเชิงโครงสร้างพลังงานที่ ‘ทับซ้อน’ ที่อาจไม่มีคำตอบเดียว

    ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนตลาดโลก ราคาน้ำมันไทยที่อ้างอิงสิงคโปร์ โครงสร้างภาษี โครงสร้างค่าการกลั่น กองทุนน้ำมัน โครงสร้างตลาดในประเทศ ซึ่งมีการขายปลีกผ่าน ‘จ๊อบเบอร์’

    นั่นจึงเป็นคำถามสุดคลาสสิกว่า ทำไมน้ำมันไทยถึงแพง?

    ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน ทุกคนต่างได้รับผลกระทบและ ‘เจ็บตัว’ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นฟันเฟืองเศรษฐกิจ ต่างซื้อน้ำมันผ่าน ‘จ๊อบเบอร์’ แม้ว่า ณ เวลานี้ รัฐขยายเพดานราคาดีเซลเป็น 33 บาทต่อลิตร

    ประเมินสงครามส่อ ‘ยืดเยื้อ’ กดดันต้นทุนอุตสาหกรรม

    ล่าสุด เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า แม้ดัชนีโดยรวมกำลังฟื้นตัว แต่ผู้ประกอบการกลับเผชิญ ‘แรงกดดัน’ หลายด้าน

    โดยเฉพาะกำลังการผลิตในบางอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อาทิ เฟอร์นิเจอร์ เซรามิก และเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงปัญหาไฟป่าตามแนวชายแดนที่กระทบซัพพลายเชน

    “ประเด็นสำคัญคือการนำเข้าสินค้าจากจีนที่เพิ่มขึ้นถึง 29.5% โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้ผู้ผลิตในประเทศต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น”

    มากไปกว่านั้น ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้ม ‘ยืดเยื้อ’ และส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานโลก

    ขยายเพดานดีเซลเป็น 33 บาทต่อลิตร ธุรกิจยังรับไหวไหม?

    เกรียงไกร มองว่า ปัจจุบัน (18 มี.ค.) รัฐบาลได้ขยายเพดานราคาดีเซลเป็น 33 บาทต่อลิตร หลังสิ้นสุดมาตรการ 15 วัน ส่งผลให้กองทุนน้ำมันติดลบกว่าหมื่นล้าน

    ในมุมภาคอุตสาหกรรม ประเมินว่า “หากราคายังไม่เกินระดับดังกล่าว ธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการได้ แต่หากปรับตัวสูงกว่านี้จะส่งผลให้ ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น 5-12% และอาจผลักดันราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 3-5%”

    ขณะเดียวกัน ยังเกิดปัญหา ‘ราคาเขย่งในตลาดน้ำมัน’ โดยราคาหน้าปั๊มและราคาขายผ่านผู้ค้ารายย่อยจ็อบเบอร์ (Jobber) ต่างกันสูงถึง 11-12 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ผู้ค้าขาดสภาพคล่อง ในการจัดหาน้ำมันไปป้อนภาคการผลิตและเกษตรกรรม จนเริ่มเกิดภาวะขาดแคลนในบางพื้นที่

    นอกจากนี้ สงครามยังส่งผลให้วัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรม เช่น ปิโตรเคมี เม็ดพลาสติก เหล็ก และอลูมิเนียม ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

    “โดยเฉพาะน้ำมันเตาที่พุ่งจาก 7-8 บาท เป็น 23-24 บาทต่อลิตร สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่ทวีความรุนแรง”

    ทั้งนี้ ส.อ.ท. ประเมินแนวโน้มราคาสินค้าไทย ภายใต้ความไม่แน่นอนของสงครามและราคาน้ำมัน 3 ฉากทัศน์หลัก ดังนี้

    ฉากทัศน์ที่ 1 คุมสถานการณ์ได้ (น้ำมันไม่เกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ราคาดีเซลทรงตัวไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร ต้นทุนการผลิตเพิ่มเล็กน้อย ราคาสินค้าอาจขยับในกรอบจำกัด 1-2% เศรษฐกิจยังเดินหน้าต่อได้
    ฉากทัศน์ที่ 2 ความตึงเครียดปานกลาง (น้ำมัน 100-115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ต้นทุนขนส่งเพิ่ม 5-12% ผู้ประกอบการเริ่มทยอยปรับราคาสินค้า 3-5% กระทบกำลังซื้อภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
    ฉากทัศน์ที่ 3 วิกฤติรุนแรง (น้ำมัน 120-125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงต่อเนื่อง เกิดแรงส่งผ่านราคาทั่วห่วงโซ่การผลิต ราคาสินค้าอาจปรับขึ้นมากกว่า 5% พร้อมความเสี่ยงสินค้าขาดตลาด และอาจฉุด GDP ไทย เหลือเพียง 1.3%

    แนะอุดหนุนผู้ค้า ‘จ็อบเบอร์’ ลดช่องว่างราคาน้ำมัน

    อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.เสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการรองรับ เพื่อป้องกันผลกระทบลุกลาม

    ให้มีการอุดหนุนผู้ค้ารายย่อย (Jobber) เพื่อลดช่องว่างราคาน้ำมัน
    พิจารณาระงับการส่งออกเศษเหล็ก เศษอลูมิเนียม และเศษกระดาษ เพื่อรักษาวัตถุดิบในประเทศ
    การบริหารราคาดีเซล ‘แบบค่อยเป็นค่อยไป’

    “ช่วงเวลานี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ต้องอาศัยการบริหารนโยบายอย่างแม่นยำ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนพลังงาน เสถียรภาพราคา และความสามารถแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนเศรษฐกิจโลก” เกรียงไกรกล่าว

    ทำไมรัฐบอกน้ำมันพอ แต่ประชาชนแพนิก?

    แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้ 95-100 วัน แต่ความกังวลต่อสถานการณ์สงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อ ได้ก่อให้เกิดพฤติกรรม “Panic” ในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ที่เร่งกักตุนน้ำมันเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการผลิต

    หนึ่งในปัญหาเร่งด่วนที่กำลังเกิดขึ้น คือ ‘ความเหลื่อมล้ำด้านราคา’ ระหว่างภาคประชาชนกับภาคอุตสาหกรรม

    ชี้จุดอ่อน ‘ความผิดเพี้ยน’ ของโครงสร้างราคา

    ภาคอุตสาหกรรมซึ่งซื้อน้ำมันผ่านผู้ค้ารายย่อย หรือ ‘จ๊อบเบอร์’ กลับไม่ได้รับการอุดหนุน ทำให้ต้อง ‘แบกรับราคาสูงกว่าถึง 10 บาทต่อลิตร’

    ผลที่ตามมาคือ ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งเริ่มนำรถบรรทุกเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม แข่งขันกับประชาชนโดยตรง สะท้อนความ ‘ผิดเพี้ยน’ ของโครงสร้างราคา และเสี่ยงซ้ำเติมภาวะขาดแคลน

    ขณะเดียวกัน ผู้ค้ารายย่อยยังเผชิญปัญหาสภาพคล่องอย่างหนัก จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ทำให้กำลังซื้อหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ เช่น จากเดิมสามารถซื้อน้ำมันได้ 100,000 ลิตร อาจลดเหลือเพียง 30,000 ลิตร ส่งผลให้ไม่สามารถส่งมอบให้โรงงานได้เพียงพอ

    อย่างไรก็ตาม พลังงานเป็นต้นทุนหลักของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม แก้ว และปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนต้นทุนพลังงานสูงถึง 35-50% และน่าห่วงว่าจะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อ

    ‘จ็อบเบอร์’ น้ำมัน คือใคร?

    จ็อบเบอร์ (Jobber) คือ พ่อค้าคนกลางหรือผู้ค้าส่งน้ำมัน ที่ซื้อน้ำมันปริมาณมากจากบริษัทน้ำมันรายใหญ่เพื่อนำไปขายต่อ มีบทบาทสำคัญในการกระจายน้ำมันไปยังลูกค้ารายย่อย เช่น ปั๊มน้ำมันอิสระ โรงงานอุตสาหกรรม และภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ห่างไกล

    Jobber น้ำมัน ไม่ได้ผลิตน้ำมันเอง และไม่ได้เป็นเจ้าของปั๊มแบรนด์ใหญ่ (Major Brands) โดยตรงในฐานะบริษัทแม่ แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้น้ำมัน กระจายไปถึงมือผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ

    อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ปตท. การกำหนดเพดานราคาขายให้ Jobber ในช่วงวิกฤต กลุ่ม ปตท. ได้กำหนด เพดานราคาขายให้ Jobber ที่เป็นลูกค้าประจำ โดยให้ราคาขาย ไม่เกินราคาหน้าสถานีบริการ + 2 บาท/ลิตร ไปจนถึงสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2569

    โดยเพดานราคาดังกล่าวเป็น กรอบราคาสูงสุด ที่ใช้ควบคุมการขายในตลาด Jobber ไม่ให้ราคาปรับสูงขึ้นมากเกินไปในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน

    ในกรณีที่ราคาตลาดปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การกำหนดเพดานราคานี้ กลุ่ม ปตท. ต้องรับ ‘ความเสี่ยง’ จากความผันผวนของราคาน้ำมันบางส่วนไว้เอง ส่วนต่างราคา 2 บาทดังกล่าว จึงมีไว้เพื่อครอบคลุมต้นทุนและความเสี่ยงในช่วงภาวะวิกฤติ เช่น

    ความผันผวนของราคาน้ำมัน
    ต้นทุนทางการเงินของภาระกองทุนที่ต้องรอการชดเชย
    ค่าใช้จ่ายด้านคลังสินค้าและการขนส่งผล

    ปั๊มน้ำมันไทยมีมากกว่า 2 หมื่นแห่ง ‘ประชาชน’ รับเคราะห์

    ด้าน ศุภโชติ ไชยสัจ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า โครงสร้างธุรกิจน้ำมันของประเทศไทย คือ โรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่จับมือกัน หรือควบรวมเป็นแบรนด์เดียวกัน และมีเครือข่ายปั๊มทำสัญญาจัดส่งน้ำมันระยะยาว ทำให้สถานีบริการในเครือบริษัทใหญ่ มีราคาและปริมาณน้ำมันที่มั่นคงหรือไม่ผันผวนเท่ารายย่อย

    ขณะที่ ไทยมีสถานีบริการน้ำมันราว 26,000 แห่ง กว่า 8,500 แห่ง เป็นสถานีบริการที่อยู่ในเครือแบรนด์หลักของบริษัทน้ำมัน มีสถานีบริการที่เหลืออีกประมาณ 17,500 แห่ง ที่เป็นปั๊มรายย่อย

    “เมื่อไม่สามารถซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นได้โดยตรง ทำให้ปั๊มเหล่านี้จำเป็นต้องซื้อน้ำมันผ่านตัว แทนจำหน่ายหรือผู้ค้าคนกลางที่เรียกว่าจ๊อบเบอร์”

    ศุภโชติ มองว่า นี่คืออีกหนึ่งปัญหา บวกกับเมื่อเกิดวิกฤตราคาพลังงาน เมื่อต้องซื้อผ่านจ็อบเบอร์จึงมีราคาสูงกว่าราคาต้นทาง ทำให้ปั๊มรายย่อยต้องแบกรับต้นทุนที่สูงกว่าและแข่งขันในตลาดได้ยากขึ้น สุดท้ายผลกระทบก็มาตกที่ผู้ใช้ และประชาชน

    อย่างไรก็ตาม แม้ว่า อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ย้ำว่า วันนี้ราคาน้ำมันไทยใกล้เคียงกับราคาน้ำมันมาเลเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตใช้ในประเทศ

    ทว่า ภาพประชาชนแห่เติมน้ำมัน ‘คอขวด’ ที่ทุกคนกังวลว่าจะมาจากปัญหา ผู้ค้าคนกลางน้ำมัน (จ็อบเบอร์) นั้น ได้กำชับให้เข้มงวดกับการป้องกันการกักตุน และเรื่องราคาที่สูงเกินไป ซึ่งยอมรับว่า จากปัญหาดังกล่าว บางปั๊มที่อยู่ไกล รับเรื่องราคาไม่ได้ ก็อาจจะปิดตัวไปในที่สุด

    ขณะที่ รศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนา (ICDS) อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า น่าห่วงว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางครั้งนี้อาจยืดเยื้อ ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม

    โดยเฉพาะด้านพลังงาน เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ประมาณ 60% จากตะวันออกกลาง

    “รัฐบาลต้องบริหารความเสี่ยงนโยบายการเงินให้ดี และมีกลไกเสริม เช่น กองทุน ที่เข้ามาดูแลอุตสาหกรรมภาคธุรกิจด้วย เพราะยิ่งภาคธุรกิจ ‘เจ็บตัว’ แค่ไหน GDP เศรษฐกิจไทยก็ลดลงไปอีกมากเท่านั้น” รศ.ดร.จุฑาทิพย์ กล่าวทิ้งท้าย

    https://thestandard.co/jobber-oil-price-business-diesel/

    https://www.facebook.com/share/1AeJLTrwPY/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนแนะไต้หวันศิโรราบเพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน

    ในวันพุธ (18 มี.ค.) จีนได้เสนอสิ่งที่เรียกว่าจะเป็นความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ไต้หวัน หากไต้หวันตกลงยอมอยู่ภายใต้การปกครองของปักกิ่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของจีนในการโน้มน้าวให้เกาะแห่งนี้เห็นถึงประโยชน์ของการ "รวมชาติ" ซึ่งไต้หวันปฏิเสธมานานแล้ว

    รัฐบาลทั่วโลกกำลังเร่งหาแหล่งพลังงานทางเลือกในช่วงสงครามในตะวันออกกลางและการตัดขาดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่สำคัญ

    ไต้หวัน ซึ่งเคยได้รับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์ และไม่พึ่งพาพลังงานจากจีนเลย เคยบอกว่า ได้จัดหาแหล่งพลังงานทางเลือกสำหรับไว้ใช้งานไปอีกหลายเดือนข้างหน้าแล้ว รวมถึงจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักในระดับนานาชาติของเกาะแห่งนี้

    เฉิน ปินฮวา โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน กล่าวกับผู้สื่อข่าวในปักกิ่งว่า "การรวมชาติอย่างสันติ" จะนำมาซึ่งการปกป้องความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากรของไต้หวันได้ดียิ่งขึ้น โดยมี "มาตุภูมิที่เข้มแข็ง" เป็นผู้ค้ำประกัน

    “เรายินดีที่จะมอบความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากรที่มั่นคงและเชื่อถือได้แก่ชาวไต้หวัน เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น” เขากล่าว

    รัฐบาลไต้หวันยังไม่มีการตอบสนองต่อคำกล่าวนี้ในทันที โดยปฏิเสธข้ออ้างอธิปไตยของปักกิ่งและกล่าวว่ามีเพียงประชาชนชาวเกาะเท่านั้นที่สามารถตัดสินอนาคตของตนเองได้

    ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ กล่าวในการประชุมพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าในกรุงไทเปในวันพุธว่า การจัดหาพลังงานสำหรับเดือนนี้และเดือนหน้าได้รับการรับประกันแล้ว และตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป จะมีการนำเข้าก๊าซจากสหรัฐฯ มากขึ้น

    “ไต้หวันได้ใช้แนวทางเชิงกลยุทธ์ที่หลากหลายและมาจากหลายแหล่งในการนำเข้าพลังงาน” ไล่กล่าว ตามแถลงการณ์ของพรรค

    จีนเสนอให้ไต้หวันปกครองตนเองภายใต้หลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” มานานแล้ว หากไต้หวันยอมอยู่ภายใต้การควบคุมของปักกิ่ง ซึ่งไม่มีพรรคการเมืองใหญ่ใดในไต้หวันสนับสนุน

    เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวซินหัวของจีนได้เผยแพร่แผนที่แสดงให้เห็นถึงข้อดีที่ไต้หวันจะได้รับหลัง "การรวมชาติ" ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนทางเศรษฐกิจ แต่ระบุว่าเกาะแห่งนี้จะต้องถูกปกครองโดย "ผู้รักชาติ"

    ทั้งนี้ จีนไม่เคยละทิ้งแนวทางการใช้กำลังเพื่อนำไต้หวันมาอยู่ภายใต้การควบคุมของตน

    จีนซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้สั่งห้ามการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจนถึงอย่างน้อยสิ้นเดือนมีนาคมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อพยายามป้องกันการขาดแคลนภายในประเทศ แหล่งข่าวระบุว่า การส่งออกดังกล่าวลดลงจากที่ปีที่แล้วมีมูลค่ารวม 22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    ที่มา รอยเตอร์

    https://www.facebook.com/share/172zquBcdw/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์เคือง! จวกนาโตโง่มากที่ไม่ช่วยมะกัน บอกจะจำไว้ไม่ลืมแน่

    ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอังคาร (17 มี.ค.) ว่าสหรัฐฯ ได้รับแจ้งจากพันธมิตรนาโตส่วนใหญ่ว่าพวกเขาไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่าน ซึ่งทรัมป์บอกว่าเป็น "ความผิดพลาดที่โง่เขลามาก"

    แต่ทรัมป์ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะลงโทษพันธมิตรนาโตสำหรับจุดยืนของพวกเขา ขณะตอบคำถามจากผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ ระหว่างการเยือนของนายกรัฐมนตรี มิเชล มาร์ติน แห่งไอร์แลนด์ เนื่องในวันเซนต์แพทริก

    ทรัมป์กล่าวว่าประเทศสมาชิกนาโตสนับสนุนสงครามร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่สามแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องก็ตาม

    "ผมคิดว่านาโตกำลังทำผิดพลาดแบบโง่เขลามาก" ทรัมป์กล่าว

    "ทุกคนเห็นด้วยกับเรา แต่พวกเขาไม่ต้องการช่วยเหลือ และเรา ในฐานะสหรัฐฯ ต้องจดจำเรื่องนี้ไว้ให้ดี เพราะเราคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก" ทรัมป์กล่าว

    ส่วนเรื่องที่ว่าจะตอบโต้พันธมิตรนาโตที่ลังเลจะให้ความช่วยเหลือหรือไม่นั้น ทรัมป์บอกว่า "ยังไม่ได้คิดอะไรอยู่ในใจตอนนี้"

    ในอดีต ประธานาธิบดีเคยขู่ว่าจะถอนสหรัฐฯ ออกจากนาโต แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นขณะให้สัมภาษณ์ในวันอังคาร

    ทรัมป์เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ช่วยกันดูแลช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20 เปอร์เซ็นต์ของโลก หลังจากที่อิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลโดยใช้โดรน ขีปนาวุธ และทุ่นระเบิดเพื่อปิดช่องทางเดินเรือสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพ

    แต่พันธมิตรของสหรัฐฯ หลายประเทศระบุเมื่อวันจันทร์ว่า พวกเขาไม่มีแผนจะส่งเรือไปช่วยเปิดช่องแคบในทันที ซึ่งเป็นการปฏิเสธคำขอความช่วยเหลือทางทหารจากทรัมป์อย่างมีประสิทธิภาพ

    ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เขียนบน Truth Social ว่า "เนื่องจากเราประสบความสำเร็จทางทหารอย่างมาก เราจึงไม่ 'ต้องการ' หรือปรารถนาความช่วยเหลือจากประเทศนาโตอีกต่อไป - เราไม่เคยต้องการเลย!" เขาพูดอ้อมๆ ถึงญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้เป็นพิเศษ

    ชีลา สมิธ นักวิจัยอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของสภาวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council on Foreign Relations) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยของสหรัฐฯ กล่าวว่า การที่ทรัมป์เรียกร้องให้พันธมิตรของสหรัฐฯ เข้าร่วมนั้น “เป็นการทดสอบอย่างแน่นอน” ไม่ใช่แค่สำหรับผู้นำของประเทศเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงพันธมิตรของพวกเขากับสหรัฐฯ ด้วย

    “ฉันคิดว่าสงครามครั้งนี้ไม่เป็นที่นิยม ไม่ว่าจะเป็นในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือออสเตรเลีย แต่การเรียกร้องให้กองกำลังพันธมิตรสนับสนุนสหรัฐฯ โดยไม่ปรึกษาหารือเกี่ยวกับสงครามก่อนนั้น จะไม่เป็นที่ยอมรับในประเทศใดๆ เหล่านั้น” เธอกล่าว

    เธอยังกล่าวอีกว่า ญี่ปุ่น “ระมัดระวังเป็นอย่างมาก” เกี่ยวกับวิธีการจัดกำลังกองกำลังป้องกันตนเอง

    นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า โตเกียวจะ “ตัดสินใจอย่างเหมาะสมที่สุดโดยพิจารณาจากสิ่งที่ญี่ปุ่นสามารถทำได้ภายในกรอบกฎหมายของตน”

    ทาคาอิจิมีกำหนดเดินทางไปวอชิงตันเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี สมิธตั้งข้อสังเกตว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะเป็น "หัวข้อที่ยากลำบาก" สำหรับเธอในเวลานั้น

    "ฉันไม่คิดว่าเธอจะสามารถทำให้ (ทรัมป์) พอใจได้ในแง่ของการส่งกองกำลังป้องกันตนเองไปยังภูมิภาคนี้โดยทันที" สมิธกล่าวเสริม

    "แต่เราควรจำไว้ว่า ในอดีต เรือกวาดทุ่นระเบิดของญี่ปุ่นเคยกวาดล้างทุ่นระเบิดออกจากช่องแคบฮอร์มุซ แต่เฉพาะในยามสงบเท่านั้น หลังจากความขัดแย้งสิ้นสุดลงแล้ว"

    ที่มา รอยเตอร์

    https://www.facebook.com/share/p/186mvfrDJL/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ในปี 2025 ระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการ The Tucker Carlson Show อดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลสมัยประธานาธิบดี George W. Bush คือ Catherine Austin Fitts อ้างว่ารัฐบาล United States ได้ใช้เงินประมาณ 21 ล้านล้านดอลลาร์ จากงบประมาณที่ไม่ได้มีการบันทึกอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้าง ฐานลับใต้ดินประมาณ 170 แห่ง

    เธอกล่าวว่าฐานเหล่านี้บางส่วนถูกสร้าง ใต้มหาสมุทร และมี ระบบการคมนาคมที่เชื่อมต่อถึงกัน

    ตามคำกล่าวของเธอ สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อ ปกป้องชนชั้นนำและบุคคลสำคัญ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงระดับโลกที่อาจนำไปสู่ “เหตุการณ์ที่เกือบทำให้มนุษยชาติสูญพันธุ์”.

    https://www.facebook.com/share/18Bzr6JcmL/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เผยเป้าหมายแท้จริงของอิสราเอลในการลอบสังหาร “ลาริจานี”

    เช้ามืดวันนี้ ประธานาธิบดีอิหร่านออกแถลงการณ์ยืนยันว่า อาลี #ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด เสียชีวิตแล้ว นี่คือการสูญเสียบุคคลสำคัญต่อเนื่อง หลังจากการลอบสังหารผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ #คาเมเนอี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

    เนทันยาฮูรีบออกมาประกาศ “ชัยชนะ” พร้อมขู่จะมี “เซอร์ไพรส์” ตามมา แต่คำถามคือ—ฆ่าคาเมเนอีแล้ว อิหร่านยอมจำนนหรือไม่? ไม่! อิหร่านกลับแข็งกร้าวกว่าเดิม แล้วฆ่าลาริจานีจะเปลี่ยนอะไรได้?

    1. ลาริจานี: "สมองก้อนสุดท้าย" ที่ถูกทำลาย

    ลาริจานีไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่รัฐธรรมดา แต่เขาคือคนที่กุมความลับนิวเคลียร์และเป็นผู้ประสานงานสูงสุดของ "สภาความมั่นคง"
    • แผนสำรองของคาเมเนอี: การที่เขาถูกแต่งตั้งก่อนคาเมเนอีเสียชีวิตเพียงเดือนเดียว แสดงว่าอิหร่านเตรียมการ "รัฐบาลสงคราม" ไว้พร้อมแล้ว
    • ผลลัพธ์ที่ย้อนศร: การฆ่าลาริจานีหวังจะให้เกิด "ภาวะสุญญากาศทางปัญญา" (Intellectual Vacuum) แต่ในประวัติศาสตร์อิหร่าน ยิ่งผู้นำสายพิราบหรือสายเจรจาถูกฆ่า "สายเหยี่ยว" ที่สุดโต่งกว่าจะก้าวขึ้นมาแทนเสมอ

    2. กับดัก "มัดมือชกอเมริกา" (The US Binding Trap)

    เป้าหมายที่แท้จริงของอิสราเอลคือ "การลากคอทรัมป์ให้อยู่เฝ้าบ้าน":
    • ยิ่งฆ่า ยิ่งแค้น ยิ่งรบ: เมื่อลาริจานีตาย อิหร่านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก "ล้างแค้น" และเมื่ออิหร่านล้างแค้นโดนฐานทัพสหรัฐฯ ทรัมป์ที่ประกาศจะ "Strategic Retrenchment" (ถอยทัพกลับบ้าน) ก็ไปไหนไม่ได้
    • เดิมพันที่อันตราย: อิสราเอลกำลังใช้ชีวิตของทหารอเมริกันเป็น "ตัวประกัน" เพื่อธำรงไว้ซึ่งอำนาจของตนเองในภูมิภาค

    3. Paradox แห่งการทำลายล้าง: ความผิดพลาดของ "ภูมิปัญญาพันปี"
    #อิสราเอล กำลังเผชิญกับพาราด็อกซ์ (ความย้อนแย้ง) ที่แก้ไม่ได้:
    • ถ้าฆ่าแล้ว #อิหร่าน ไม่ยอมสยบ (ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ยอม) = สงครามยืดเยื้อ
    • ถ้าสงครามยืดเยื้อจน #อเมริกา ถังแตกและสังคมแตกแยก = อเมริกาจะทิ้งอิสราเอลจริงๆ
    • เมื่อถึงวันนั้น อิสราเอลจะเหลือเพียง "ความแค้น" ของเพื่อนบ้านรอบทิศ โดยไม่มี "พี่ใหญ่" คอยกางปีกป้องอีกต่อไป

    การลอบสังหารจึงกลายเป็น #วงจรอุบาทว์ ฆ่าแล้วอิหร่านตอบโต้ ตอบโต้แล้วอิสราเอลยิ่งฆ่า ฆ่าแล้วอิหร่านยิ่งเกลียด เกลียดแล้วก็ยิ่งไม่ยอมแพ้ วงจรนี้ไม่มีทางจบลงด้วยชัยชนะของอิสราเอล แต่จะจบลงด้วยการที่อิสราเอลถูกไฟแค้นเผาไหม้

    อิสราเอลคิดว่าการลอบสังหารคือ “ไม้ตาย” แต่แท้จริงคือการเดินเข้าสู่ ทางตัน ฆ่าได้แค่คน แต่ฆ่าไม่ได้ทั้งชาติ ฆ่าได้แค่ร่าง แต่ฆ่าไม่ได้เจตจำนงแห่งการต่อต้าน

    ถ้าปัญญาที่สั่งสมจากการเร่ร่อนพันปีของอิสราเอลมีเพียงเท่านี้ ก็คงไม่แปลกที่ต้องเร่ร่อนพันปีจริง ๆ

    #ChinaFocus

    https://www.facebook.com/share/1K5eyHpW3E/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    *** ยิวไม่แคร์โลก! ประกาศตั้งศาลเตี้ยเที่ยวเข่นฆ่าชาวอิหร่านทุกคนที่ยิวหมั่นไส้ ***

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล คัตซ์ ประกาศว่าอิสราเอลกำลังเปลี่ยนยุทธวิธีและจะลอบสังหารเจ้าหน้าที่อิหร่านทุกคน:

    “คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์เซอร์ไพรส์ครั้งสำคัญในวันนี้ในทุกแนวรบ ซึ่งจะยกระดับสงครามไปสู่ระดับใหม่

    เราได้อนุญาตให้กองทัพอิสราเอลกำจัดเจ้าหน้าที่อิหร่านคนใดก็ได้ เมื่อ “วงเป้าหมาย” ปิดล้อมพวกเขาแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องขออนุมัติเพิ่มเติม”

    https://www.facebook.com/share/1CEJBgCY6q/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เหตุเพลิงไหม้“ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด”นานกว่า 30 ชั่วโมง เผยจุดอ่อนของเรือรบสหรัฐฯ

    เหตุเพลิงไหม้บนเรือ #ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ผู้เชี่ยวชาญของจีนชี้ว่า เผยให้เห็นถึงปัญหาด้านการออกแบบ การควบคุมความเสียหาย และความตึงเครียดจากการปฏิบัติภารกิจเป็นเวลานาน

    หลังจากเข้าร่วมปฏิบัติการโค่นล้มผู้นำ #เวเนซุเอลา ในทะเลแคริบเบียนเมื่อเดือนมกราคม #เรือบรรทุกเครื่องบิน ลำใหม่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกลำนี้ก็ลุยงานต่อทันที โดยแล่นมายังทะเลแดงในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเข้าร่วมภารกิจถล่ม #อิหร่าน จนกระทั่งเกิดเพลิงไหม้

    หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า เพลิงเกิดขึ้นที่บริเวณซักรีดหลักของเรือ โดยลุกไหม้อยู่นานกว่า 30 ชั่วโมง ทำให้ลูกเรือกว่า 600 นายไม่มีเตียงนอนและต้องนอนบนโต๊ะหรือบนพื้น ลูกเรือหลายสิบนายต้องสูดดมควันไฟ

    ตามความเห็นของนาย หวัง อวิ้นเฟย ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการทหารนั้น ด้วยลักษณะของเรือบรรทุกเครื่องบินซึ่งมีขนาดใหญ่และซับซ้อน แม้การดับไฟเป็นเรื่องยากก็จริง แต่เหตุการณ์นี้ก็เผยให้เห็นจุดอ่อนของเรือรบสหรัฐฯ

    เขาอธิบายว่า เรือรบสมัยใหม่มีระบบไฟฟ้าซับซ้อนมาก อีกทั้งมีท่อส่งเชื้อเพลิงครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง ประกอบกับพื้นที่ภายในของเรือรบยังปิดมิดชิดและเชื่อมต่อกันด้วยระบบระบายอากาศ ไฟจึงสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม พื้นที่สำคัญบนเรือรบจะติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เช่น หัวฉีดน้ำหรือโฟม ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับโซนที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้ารวมกันอยู่หนาแน่น เมื่อไม่สามารถควบคุมไฟได้อย่างรวดเร็วก็อาจบ่งชี้ว่าระบบดังกล่าวไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เมื่อสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้น ทีมดับเพลิงควรตอบสนองทันทีตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ความล่าช้าในการควบคุมไฟอาจบ่งชี้ถึงข้อบกพร่องในการฝึกอบรมหรือการปฏิบัติงานควบคุมความเสียหาย

    นอกจากนั้น โดยทั่วไปแล้วเรือรบจะมีการออกแบบโดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นห้องๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลาม และเป็นสิ่งจำเป็นในกรณีลูกเรือจำนวนมากจำเป็นต้องอพยพไปยังพื้นที่ส่วนอื่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจบ่งชี้ถึงจุดอ่อนในการออกแบบการกักกันไฟ ( fire-containment design ) เพื่อจำกัดวงเพลิงและควันให้อยู่ในพื้นที่จำกัดที่สุด

    ขณะนี้การปฏิบัติภารกิจของเรือ“ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ดกำลังเข้าสู่เดือนที่ 10 ลูกเรือได้รับแจ้งว่าอาจต้องปฏิบัติภารกิจยาวไปจนถึงเดือนพฤษภาคม เท่ากับว่าต้องอยู่ในทะเลเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ขณะที่ในช่วงเวลาสงบสุขนั้น การประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ โดยทั่วไปจะมีระยะเวลา 6 เดือนและอาจเผื่อเวลาไว้ 2-3 เดือนในกรณีจำเป็น

    การขยายเวลาประจำการนานกว่ารอบปกติอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมของลูกเรือ ซึ่งอาจลดความสามารถในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว

    กรณีที่เกิดขึ้นกับเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้อาจสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันในวงกว้างที่เกิดขึ้นกับการประจำการทางทหารและการจัดสรรทรัพยากรของสหรัฐฯ ในทั่วโลกขณะนี้ก็เป็นได้ นายหวังกล่าว

    ทั้งนี้ กองทัพเรือสหรัฐฯแถลงว่า เหตุเพลิงไหม้ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบ มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บแต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต 2 นาย ระบบขับเคลื่อนของเรือไม่ได้รับความเสียหาย และเรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้ยังคงปฏิบัติการได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม เรือต้องถอนตัวชั่วคราว เพื่อตรวจสอบความเสียหาย

    ที่มา : “ 30-hour fire on USS Gerald R. Ford exposes design, damage control issues and prolonged deployment strain: Chinese expert” ในโกลบอลไทมส์

    ภาพประกอบข่าว
    เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด ขณะจอดเทียบท่าในอ่าวซูดาที่เกาะครีต ประเทศกรีซ ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 – ภาพ : VCG

    https://www.facebook.com/share/1GCvAoEzqf/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จากวิกฤต Oil Shock : รัฐไทยอย่าเพียงขายผ้าเอาหน้ารอด แต่ต้อง "ปฏิรูประบบพลังงาน"

    ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง อิหร่าน และ อิสราเอล มิได้เป็นเพียงประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ หากกำลังกลายเป็น “แรงสั่นสะเทือนเชิงโครงสร้าง” ต่อระบบพลังงานโลก และประเทศไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ กำลังเผชิญความเปราะบางที่ถูกซ่อนมานาน

    การที่รัฐบาลยังคงใช้ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” เป็นเครื่องมือหลักในการตรึงราคา โดยเฉพาะการอุดหนุนดีเซลที่พุ่งแตะกว่า 20 บาทต่อลิตร เพื่อคงราคาขายปลีกให้ต่ำกว่า 30 บาท อาจช่วยบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้น แต่กำลังสะท้อน “จุดอ่อนเชิงนโยบาย” อย่างรุนแรง นั่นคือ การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ มากกว่าการจัดการโครงสร้างทั้งระบบ

    คำถามสำคัญคือ รัฐไทยกำลัง “ซื้อเวลา” หรือกำลัง “สร้างระเบิดเวลา” ทางการคลัง?

    ภาพลวงตาของราคาที่ถูก กับความจริงของต้นทุนที่ถูกปิดซ่อน

    การอุดหนุนราคาน้ำมันในระดับสูง ทำให้ราคาที่ประชาชนเห็นไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แต่กลับผลักภาระไปสู่กองทุนและหนี้สาธารณะในอนาคต (รวมถึงการแบกรับต้นทุนค่ากำไรให้กับกลุ่มทุนที่รวมอยู่ในกระบวนการนั้นด้วย) ปรากฏการณ์ที่ดีเซลไทยปรับขึ้นเร็วกว่าราคาตลาดอ้างอิง เช่น สิงคโปร์ (ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองประเทศเผชิญวิกฤตเดียวกันแต่ราคาของไทยกลับมีอัตราการเพิ่มสูงมากกว่า) มิได้เป็นเพียงเรื่องของ “ค่าการกลั่น” หากแต่สะท้อนโครงสร้างตลาดพลังงานที่ขาดการแข่งขัน และการกำกับดูแลที่ยังไม่โปร่งใสเพียงพอ

    ในบริบทนี้ ข้อเสนอของ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ให้ใช้กฎหมายพิเศษ เช่น พ.ร.ก.ปี 2516 เพื่อควบคุมราคาแทนการอุดหนุน รวมถึงการเปิดเผยต้นทุนที่แทัจริงแบบ Cost Plus (การคิดต้นทุนแบบบวกเพิ่มจนมีการตั้งราคาขายเกินกว่า "ต้นทุนจริง") เป็นแนวคิดที่ “ท้าทายโครงสร้างเดิม” อย่างมีนัยสำคัญ

    แต่คำถามคือ แนวทางดังกล่าวจะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริง หรือเป็นเพียงการเปลี่ยน “รูปแบบการแทรกแซง” จากกองทุนไปสู่การควบคุมโดยรัฐ?

    SPR: เครื่องมือความมั่นคง หรือภาระใหม่ของรัฐ?

    แนวคิดจัดตั้งคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ (Strategic Petroleum Reserve: SPR) ระดับ 90 วัน เป็นมาตรการที่หลายประเทศใช้เพื่อรับมือวิกฤต เช่น สหรัฐอเมริกา และ จีน ซึ่งมีคลังสำรองขนาดใหญ่รองรับความผันผวน

    อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย คำถามสำคัญมิใช่เพียง “ควรมีหรือไม่” แต่คือ “จะบริหารอย่างไรไม่ให้กลายเป็นภาระซ้ำซ้อน”

    หาก SPR ถูกออกแบบโดยไม่มีธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง อาจกลายเป็น
    แหล่งสะสมอำนาจใหม่ของรัฐและกลุ่มทุน
    ภาระงบประมาณมหาศาล
    หรือเป็นเครื่องมือแทรกแซงราคาที่บิดเบือนตลาดมากขึ้น

    จุดอ่อนที่แท้จริง: ไทยไม่มี ‘ยุทธศาสตร์พลังงาน’ ที่เชื่อมโยงทั้งระบบ

    วิกฤตครั้งนี้เปิดเผยข้อเท็จจริงสำคัญว่า ประเทศไทยยังขาด “Grand Strategy ด้านพลังงาน” ที่เชื่อมโยงทั้ง 3 มิติหลักเข้าด้วยกัน ได้แก่
    1. ด้านความมั่นคง (Security) สถานการณ์ประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสูง
    2. ด้านความสามารถในการจ่าย (Affordability) เมื่อเกิดปัญหาราคาผันผวน รัฐจะต้องมีการอุดหนุนอยู่เสมอ
    3. ด้านความยั่งยืน (Sustainability) แนวทางการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบพลังงานสะอาดของประทศยังคงล่าช้า

    ข้อเสนอ “รื้อ-ลด-ปลด-สร้าง” (รื้อระบบการค้า/การคิดต้นทุน ลดราคา ปลดพันธนาการกฎหมาย และสร้างระบบพลังงานสำรอง) ที่รวมถึง Solar Rooftop และพลังงานหมุนเวียน จึงเป็นก้าวสำคัญ แต่ยังติดกับปัญหาเดิมคือ “ความล่าช้าของระบบราชการ” และ “แรงต่อต้านจากโครงสร้างผลประโยชน์เดิม”

    จำลองทางเลือกเชิงนโยบาย: ไทยจะเดินทางไหน?

    ทางเลือกที่ 1: คงนโยบายอุดหนุนต่อไป
    ผลระยะสั้น: ราคาคงที่ ประชาชนพอใจ
    ผลระยะยาว: กองทุนล้ม หนี้พุ่ง ความเสี่ยงวิกฤตการคลัง

    ทางเลือกที่ 2: ควบคุมราคาแบบ Cost Plus (การตั้งราคาขายให้อยู่บน "ต้นทุนจริง" อย่างเปิดเผย)
    ผลระยะสั้น: ราคาลดลง โปร่งใสขึ้น
    ผลระยะยาว: เสี่ยงมีการบิดเบือนตลาด หากรัฐยังขาดประสิทธิภาพ

    ทางเลือกที่ 3: ลงทุน SPR + ปฏิรูปโครงสร้างตลาด
    ผลระยะสั้น: ใช้งบสูง อาจถูกต่อต้าน
    ผลระยะยาว: เพิ่มเสถียรภาพพลังงาน ลดความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

    ทางเลือกที่ 4: เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานหมุนเวียน
    ผลระยะสั้น: ต้นทุนสูง ปรับตัวลำบาก
    ผลระยะยาว: ลดการพึ่งพาน้ำมันอย่างยั่งยืน

    ข้อสังเกตเชิงวิพากษ์: วิกฤตนี้ไม่ใช่เรื่องน้ำมัน แต่คือเรื่อง “โครงสร้างอำนาจ”

    ข้อถกเถียงเรื่องราคาน้ำมันในวันนี้ อาจดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องกลไกเศรษฐกิจ แต่แท้ที่จริงแล้วคือ “สนามต่อสู้ของอำนาจ” ระหว่างรัฐ กลุ่มทุนพลังงาน และประชาชน

    การปฏิรูปพลังงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือการ “จัดระเบียบอำนาจใหม่” ในระบบเศรษฐกิจไทย

    บทสรุป: จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

    วิกฤตน้ำมันจากสงคราม อิหร่าน–อิสราเอล คือ “สัญญาณเตือนครั้งใหญ่” ว่าไทยไม่อาจพึ่งพานโยบายอุดหนุนแบบเดิมได้อีกต่อไป
    หากรัฐยังเลือกการ “ตรึงราคา” มากกว่าการ “ปฏิรูปโครงสร้าง” ประเทศไทยอาจกำลังเดินเข้าสู่กับดักเดิมคือ ใช้เงินมหาศาลเพื่อซื้อเสถียรภาพระยะสั้น แต่สูญเสียความมั่นคงในระยะยาว

    คำถามสุดท้ายจึงไม่ใช่แค่ว่า “น้ำมันจะขึ้นราคาเท่าไร”
    แต่คือ “รัฐไทยจะกล้าปฏิรูปหรือไม่ ก่อนที่วิกฤตครั้งต่อไปจะรุนแรงยิ่งกว่าเดิม”

    อินทรศร ราชสีห์
    #thepolitics

    https://www.facebook.com/share/1Wvn8k4ko7/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยกระดับ! โจมตีพลังงานอิหร่านครั้งแรก ล่อ "เซาธ์ ปาร์ส" แหล่งก๊าซยักษ์ใหญ่ในปฐพี‼️‼️‼️‼️‼️ เท่ากับว่าอเมริกาเดินเกมรุกเต็มสูบ หวังเช็กบิล พร้อมแลกหมัดอิหร่านโดยไม่กลัวอะไรทั้งนั้นแล้ว!!!!!
    (ก็ไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะที่อิหร่านจะซัดกลับ คือแหล่งพลังงานของเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง ไม่ใช่ของอเมริกา!)

    เหมือน "บีบ" เลย
    เพราะกวักมือเรียกแล้ว ตะโกนเรียกแล้ว พวก "นาโต้" NATO และชาติไหนๆ ก็เฉย! ไม่ยอมมาช่วยเปิดฮอร์มุซ
    แต่ถ้าแหล่งพลังงานทั่วตะวันออกกลางถูกไล่ขยี้ แบบนี้ไม่แน่! พันธมิตรอาจต้องมาาา

    เอาไงเอากันละ! อเมริกา!!!!!!!!!

    นอกจากแหล่ง "เซาธ์ ปาร์ส" แล้ว โรงปิโตรเคมีในคอมเพล็กซ์ที่นั่นก็โดน และด้านน้ำมันก็มี "อะซาลูเยห์" ที่โดน

    เท่ากับว่าที่โจมตีเกาะ "คาร์ก" เป็นอุบายลวง
    ทำทีจะโจมตีท่าเรือส่งออกน้ำมันอันเป็นหัวใจ แต่โจมตีเฉพาะเป้าทางทหาร ส่วนน้ำมันแค่ขู่ไว้ก่อน
    มัวให้อิหร่านเพ่งสมาธิไปตรงนั้น

    และแล้วก็บึ้มแหล่งก๊าซ "เซาธ์ ปาร์ส"

    แบบนี้ อาจถึงจุด "แตกเป็นแตก"
    FB_IMG_1773838184476.jpg
    https://www.bloomberg.com/news/live...-of-hormuz-news-oil-prices?srnd=homepage-asia

    https://www.bloomberg.com/news/arti...s-hit-key-south-pars-gas-field-oil-facilities

    https://www.facebook.com/share/1BGsvwiLHw/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พิพัฒน์ คาใจน้ำมันล่องหน หมื่นลิตร มีใครแอบส่งออก เผยนายกฯ เรียกจับเท็จพรุ่งนี้

    พิพัฒน์ คาใจน้ำมันล่องหน หมื่นลิตร มีใครแอบส่งออก เผยนายกฯ เรียกจับเท็จพรุ่งนี้
    https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_10176100


    https://www.facebook.com/share/1BeCZLLMhW/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚠️ ด่วนโคด!! อิหร่านประกาศกร้าวผ่านสื่อรัฐ เตรียมถล่มศูนย์กลางพลังงานในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และยูเออี ภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
    FB_IMG_1773841745753.jpg
    สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดขึ้นสู่ระดับสูงสุดอย่างกะทันหัน เมื่อสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงและสื่อกึ่งทางการของรัฐบาลอิหร่าน ได้เผยแพร่รายงานด่วนที่มีเนื้อหาสร้างความหวั่นวิตกไปทั่วโลก โดยแถลงการณ์ดังกล่าวระบุอย่างชัดเจนและแข็งกร้าวว่า

    ศูนย์ปฏิบัติการทางพลังงานที่สำคัญหลายแห่งของประเทศเพื่อนบ้านได้กลายสถานะเป็นเป้าหมายโดยตรงและมีความชอบธรรมในการถูกโจมตีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น คำขู่ดังกล่าวยังได้สร้างความระทึกขวัญด้วยการเน้นย้ำว่า ปฏิบัติการทางทหารเพื่อถล่มเป้าหมายเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงภายในช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่รุนแรงและลุกลามอย่างรวดเร็ว

    สำหรับรายละเอียดของสถานที่ที่ตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามจากการถูกโจมตีในครั้งนี้นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานและเส้นเลือดใหญ่ของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติของโลก โดยรายงานข่าวได้ระบุรายชื่อสถานที่เป้าหมายในสามประเทศหลักอย่างเจาะจง

    เริ่มต้นจากประเทศกาตาร์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่ที่สุดของโลก เป้าหมายที่ถูกเพ่งเล็งอย่างหนักคือ โรงกลั่นน้ำมันราสลัฟฟาน (Ras Laffan refinery) ทั้งในส่วนของศูนย์ปฏิบัติการระยะที่ 1 และระยะที่ 2 รวมไปถึงโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเมซายีด (Mesaieed Petrochemical) ซึ่งสถานที่เหล่านี้ถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของกาตาร์และส่งผลโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก

    ในขณะเดียวกัน ประเทศมหาอำนาจด้านน้ำมันอย่างซาอุดีอาระเบียก็อยู่ในรายชื่อเป้าหมายการโจมตีหลักเช่นกัน โดยรายงานได้ระบุเป้าหมายไปที่โรงกลั่นน้ำมันแซมเรฟ (Samref refinery) และศูนย์ปฏิบัติการอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแบบครบวงจรจูเบล (Jubail petrochemical complex) ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการแปรรูปน้ำมันดิบและผลิตเคมีภัณฑ์เพื่อการส่งออกของซาอุดีอาระเบีย

    นอกจากนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก็ไม่รอดพ้นจากคำขู่ดังกล่าว โดยมีการระบุชื่อของแหล่งก๊าซธรรมชาติอัลฮอสน์ (Al Hosn gas field) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการก๊าซธรรมชาติที่มีความซับซ้อนและสำคัญที่สุดของประเทศ ให้เป็นหนึ่งในเป้าหมายการโจมตีอย่างชัดเจน

    การประกาศรายชื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานระดับบิ๊กโปรเจกต์ของสามชาติพันธมิตรในอ่าวอาหรับครั้งนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างมหาศาล

    นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนต่างประเมินว่า หากเกิดการโจมตีขึ้นจริงตามที่สื่ออิหร่านกล่าวอ้าง จะไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างหนักต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเหล่านั้น แต่ยังจะส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกพุ่งทะยานขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ค่ะ

    https://www.facebook.com/share/1XXHZUQq3G/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    UPDATE: ‘เอกนิติ’ แย้มเล็งลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หากกองทุนฯ ถึงขีดจำกัด เมื่อรัฐบาลมีอำนาจเต็ม

    เอกนิติ รมว.คลังเผย กำลังพิจารณาเรื่อง ‘การลดภาษีสรรพสามิต’ หากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถึง ‘ขีดจำกัด’ พร้อมแจงรัฐบาลปัจจุบันที่ไม่ได้มีอำนาจเต็ม ไม่สามารถลดภาษีน้ำมันหรือออกกฎหมายใดได้ เหตุติดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 169

    วันนี้ (18 มีนาคม) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้เตรียมการหากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงถึงขีดจำกัด โดยเตรียมพิจารณาใช้กลไกภาษีสรรพสามิตมาเป็นตัวช่วย

    ดร.เอกนิติ กล่าวยอมรับว่า ในวันนี้ รัฐบาลยังไม่สามารถลดภาษีสรรพสามิตได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 169 ที่ไม่สามารถลดภาษีสรรพสามิตได้ ณ วันนี้ แต่ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเตรียมพร้อมสำหรับเครื่องมือในการดูแลประชาชนในส่วนนี้ไว้เรียบร้อย

    “วันนี้ ได้เช็กกับทางกฎหมายแล้วว่า รัฐบาลปัจจุบันยังไม่สามารถออกกฎหมายได้ ต้องรอมีรัฐบาลใหม่ แต่ว่าผมก็ได้สั่งการให้เตรียมพร้อมไว้ในทุกมิติแล้ว” ดร.เอกนิติกล่าว

    ทั้งนี้ ตามมาตรา 169 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้กำหนดข้อจำกัดอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี หลังยุบสภาหรือสภาสิ้นอายุ โดยห้ามอนุมัติงานหรือโครงการที่สร้างภาระผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป รวมไปถึงห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ห้ามอนุมัติงบฉุกเฉิน และห้ามใช้ทรัพยากรหรือบุคลากรของรัฐเพื่อหาเสียง เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

    #TheStandardWealth

    https://www.facebook.com/share/p/1U3Yw9WxHy/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ล่าสุด! ทรัมป์ สั่งระงับการบังคับใช้กฎหมายคุมการเดินเรือเป็นเวลา 60 วัน เปิดทางเรือต่างชาติร่วมขนส่งพลังงาน แก้ปัญหาน้ำมันตึงตัว

    Trump waives U.S. shipping law for 60 days to steady oil market

    https://www.cnbc.com/2026/03/18/trump-jones-act-oil-iran-war.html?__source=androidappshare

    https://www.facebook.com/share/1B7X1kFztP/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่ง +5% !
    จนแตะ "109 เหรียญ" คืนนี้
    FB_IMG_1773845116590.jpg
    หลังอิหร่านขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันต่อเนื่อง จนซาอุต้องสั่งอพยพที่โรงกลั่น SAMREF เพื่อความปลอดภัย

    ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางทวีความรุนแรง โดย Brent crude ดีดขึ้นกว่า +5% แตะระดับ 108.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาค

    รายงานระบุว่าผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเริ่มอพยพพนักงานออกจากหลายพื้นที่ ขณะที่ Saudi Aramco ได้สั่งอพยพโรงกลั่น SAMREF เพื่อความปลอดภัย สะท้อนความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งตอกย้ำความกังวลต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่าน Strait of Hormuz ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงราว 20% ของอุปทานโลก และอาจกลายเป็นตัวเร่งให้ราคาพลังงานพุ่งต่อเนื่องในระยะถัดไป

    https://www.facebook.com/share/1EZQyQpFuP/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านระบุว่า สหรัฐและอิสราเอลได้โจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของโลก ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงของสงครามสู่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโดยตรง

    ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นทันที จากความกังวลว่าอุปทานพลังงานโลกอาจได้รับผลกระทบมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่การขนส่งผ่าน Strait of Hormuz ยังถูกจำกัดอย่างหนัก

    หากการโจมตีนี้ได้รับการยืนยัน จะเป็นครั้งแรกที่แหล่ง upstream ด้านน้ำมันและก๊าซของอิหร่านถูกโจมตีโดยตรง นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์

    ขณะเดียวกัน อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนใส่หลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงอิสราเอล ส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดลุกลามและสร้างแรงกระแทกต่อทั้งตลาดพลังงานและตลาดการเงินโลก

    เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านพลังงานกำลังเข้าสู่ “จุดอันตราย” ที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง หากความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อ

    https://www.facebook.com/share/p/1AcTqDdne9/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทองคำเริ่ม “เอาไม่อยู่“
    เสีย Momentum หลุด $5,000 ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อ
    FB_IMG_1773845266421.jpg
    ราคาทองคำหลุดระดับ $5,000 ต่อออนซ์อีกครั้ง หลังเคลื่อนไหวในกรอบแคบมานานกว่า 3 วัน ขณะที่นักลงทุนกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงเงินเฟ้อกับผลกระทบจาก Oil supply shock ที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง

    ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในภูมิภาค โดยเฉพาะการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และลดโอกาสที่ FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

    โดยปกติ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะกดดันราคาทองคำ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ทองคำยังปรับตัวขึ้นเกือบ 16% ตั้งแต่ต้นปี จากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอน

    นักวิเคราะห์มองว่า แม้ momentum ระยะสั้นเริ่มชะลอ แต่ความเสี่ยง stagflation และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำในระยะยาว

    อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ “แรงซื้อจากจีน” ที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยดูได้จาก Shanghai Gold Premium ที่ยังแกว่งในระดับสูง สะท้อนว่าราคาทองในประเทศจีนยังสูงกว่าตลาดโลกจากความต้องการที่ต่อเนื่อง

    สิ่งนี้ชี้ว่า แม้ราคาทองจะเริ่มชะลอตัวในระยะสั้น แต่ฝั่ง demand โดยเฉพาะจากจีนยังคงช่วยพยุงตลาด และอาจจำกัด downside ของราคาทองในช่วงที่ความไม่แน่นอนยังอยู่

    https://www.facebook.com/share/p/1CKsrCUUTW/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตอนนี้น้ำมันทั่วโลกมีราคาแพงขึ้น บางปั๊มไม่มีขาย

    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเมืองไทยที่เจอปัญหานี้ ช่วงผมเป็นวัยรุ่น ชาวโลกก็เจอปัญหา อ.ป.

    อ.ป. ย่อมาจากโอเปค (OPEC)

    โอเปคหรือ Organization of Petroleum Exporting Countries คือองค์การประเทศค้าน้ำมันห้าประเทศ ได้แก่เวเนซุเอลา อิรัก ซาอุดิอาระเบีย อิหร่าน คูเวต ก่อตั้งในปี 1960 ต่อมาลิเบีย อินโดนีเซีย และกาตาร์เข้าร่วมด้วย

    เคยเล่าในบทก่อนๆ ว่า ในปี 1973 เกิดสงคราม Yom Kippur พวกอาหรับรวมหัวบุกอิสราเอล หลายประเทศตะวันตกสนับสนุนอิสราเอล

    กลุ่มประเทศอาหรับต้องการสั่งสอนพวกตะวันตก และพบว่าพวกตนมีอาวุธทรงพลังในมือคือน้ำมัน สามารถกดดันโลกได้

    กษัตริย์ไฟซาลแห่งซาอุดิอาระเบียเป็นผู้ริเริ่มแผนเลิกส่งน้ำมัน พวกเขาเลิกส่งน้ำมันให้ประเทศที่สนับสนุนอิสราเอล คือสหรัฐฯ อังกฤษ แคนาดา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส โรดีเซีย แอฟริกาใต้

    ราคาน้ำมันพุ่งพรวดขึ้นสี่เท่า กระโดดจาก 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น 12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เรื่องใหญ่ ทั้งโลกปั่นป่วน (ราคาในปี 1973)

    ผลของราคาน้ำมันขึ้ทำให้เศรษฐกิจไทยปั่นป่วนไปด้วย สินค้าขึ้นราคา แต่มันไม่ใช่น้ำมันขึ้นราคาครั้งเดียว ครั้งต่อมาในปี 1980 ส่งผลให้นายกรัฐมนตรี พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ต้องลาออกกลางสภา เพราะคุมราคาไม่อยู่

    แต่คนไทยมองเรื่องนี้ขำๆ

    นักร้องนักแต่งเพลง สรวง สันติ นำเหตุการณ์นี้มาแต่งเพลง น้ำมันแพง

    ใส่อารมณ์ขันเข้าไปเพื่อคลายเครียด

    “น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ ถึงตอนดับไฟ มีอะไรเราก็เริ่มฝอย ใกล้เข้าไปอีกนิด ชิดเข้าไปอีกหน่อย น้ำมันมีน้อย มืดหน่อยก็ทนเอานิด”

    แต่ผ่านไปหนึ่งปี กษัตริย์ไฟซาลก็ยอมถอย เพราะซาอุดิอาระเบียมีเงินฝากหลายพันล้านในธนาคารตะวันตก ราคาน้ำมันทำให้มูลค่าเงินนั้นลดลง อีกประการสหรัฐฯสัญญาขายอาวุธให้

    โลกหันกลับมาเผาน้ำมันตามปกติ

    สรุปก็คือปัญหาน้ำมันราคาแพงเมื่อ 53 ปีก่อนเกิดจาก อ.ป. 'โอเปค'

    ต้นตอปัญหาน้ำมันปี 2026 นี้ก็เกิดจาก อ.ป. เหมือนกัน

    อ.ป. ย่อมาจากไอ้เปรต

    วินทร์ เลียววาริณ
    18-3-26

    https://www.facebook.com/share/p/17BsipPJVE/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,754
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘พิพัฒน์’ คาใจน้ำมันล่องหน! บอก รอดูคนแก้ผ้ามีใครแอบส่งออกทางเรือหรือไม่ เผย ‘อนุทิน’ เรียกจับเท็จทั้งระบบพรุ่งนี้ แจง ดรามาแม้เป็นเจ้าของปั๊ม แต่คนละสถานะ - ขอเข้าใจ ‘โรงกลั่น’ เสี่ยงมากกว่า เหตุคาดการณ์ราคาไม่ได้ เพราะต้องสั่งล่วงหน้า 3 เดือน เชื่อกักตุนไม่ได้ เหตุไม่มีที่เก็บ ชี้ แฟร์ทูแฟร์ ทุกคนบวกลบคูณหารเป็น พร้อม แอ่นอกรับแทนเด็กปั๊ม หลังถูกโวยไม่มีน้ำมันขาย ลั่น “อยากด่าให้มาด่าผม”

    วันที่ 18 มี.ค.69 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่สมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยออกมาประท้วงเรียกร้อง ว่ามีการนำสต๊อกน้ำมันเก่ามาขายในราคาปัจจุบัน โดยชี้แจงว่า น้ำมันสต๊อกเก่าที่นำมาขายในราคาปัจจุบันนั้น ต้องทำความเข้าใจว่า การสั่งซื้อน้ำมันดิบไม่ใช่การสั่งซื้อวันนี้แล้วได้วันนี้ ต้องมีการสั่งซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน เพราะฉะนั้น วันที่สั่งซื้อกับการกลั่นในปัจจุบันคือน้ำมันในอดีต ก่อนมีการสู้รบในตะวันออกกลาง แน่นอนว่า คือการสั่งซื้อราคาถูกแล้วมาขายในราคาแพง

    แต่ขอถามกลับว่า สมมุติว่าวันนี้ราคาน้ำมันดิบ 100 เหรียญ อีก 3 เดือนข้างหน้า ตนรับน้ำมันดิบเข้ามาที่คลัง แต่ปรากฏว่าสงครามยุติ ราคาน้ำมันดิบลงไป 60 เหรียญ แต่ ณ วันนั้นตนรับน้ำมันดิบมาที่ราคา 100 เหรียญ ถ้าจะขายใน 100 ก็รับไม่ได้อีกเช่นกัน นี่คือเป็นการพูดถึง ‘แฟร์ทูแฟร์’ เพราะเรามีกติกาการค้าขายและการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่เอาแต่ได้ เพราะฉะนั้นจึงขอฝากผู้ประกอบการและประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ว่า วันที่เขารับซื้อราคาถูกมีกำไร ณ วันนี้ แต่เมื่อสงครามยุติ ถามกลับว่าเขาขาดทุนหรือไม่ เชื่อว่าทุกคนคิดตัวเลขบวกลบคูณหารเป็น เพราะฉะนั้นก็ต้องให้ความยุติธรรมกับโรงกลั่นและผู้ประกอบการเช่นกัน

    “เป็นที่รู้กันว่า ผมมีสถานีบริการ ผมมีแบรนด์ เรื่องการค้าขายน้ำมัน แต่ผมไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบมากลั่นเอง เพราะผมไม่มีโรงกลั่น ผมซื้อวันนี้ขายวันนี้อัตราเสี่ยงน้อย ไม่เหมือนโรงกลั่นที่ซื้อมาวันนี้ อีก 3 เดือนถึงจะได้รับน้ำมันดิบ กลั่นแล้วราคาเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะเป็นผู้ค้า กับ โรงกลั่น เราอยู่ คนละสถานะ ความเสี่ยงของโรงกลั่นมีมากกว่า เพราะผม ซื้อมาขายไปวันต่อวัน เพราะฉะนั้นผมไม่สามารถตอบแทนโรงกลั่นได้ทั้งหมด แต่ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ผมอธิบายให้ฟัง จึงฝากผู้ประกอบการกับผู้ใช้น้ำมันในปัจจุบันให้เข้าใจว่า ไม่มีใครอยากกลั่นแกล้งใคร“

    ”โดยเฉพาะอีกส่วนหนึ่ง ผู้ที่ขับรถเข้าไปที่สถานีบริการ เมื่อพนักงานแจ้งว่าน้ำมันหมดก็มีการไปโวยวาย เชื่อว่าเขาอยากขาย แต่เมื่อน้ำมันหมดจะไปด่าเขา เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะก็ไม่รู้ว่าจะหาน้ำมันที่ไหนมาขาย เพราะฉะนั้นก็ขอให้เห็นใจน้องๆ ผู้ให้บริการในสถานีบ้าง อย่างไรถ้าด่า ขอให้มาด่าที่ผมดีกว่า ผมพร้อมที่จะรับฟังทุกข้อมูล ทุกคำถาม ทุกคำติและชม“

    ส่วนที่ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันบางปั๊ม ระบุ ว่า ถูกตัดโควตาน้ำมันลงไปถึง 50% นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นี่คือส่วนที่นายกรัฐมนตรีขอเชิญทุกฝ่าย มาร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้ ที่รัฐสภา จะเป็นการเชิญทุกฝ่ายที่อยู่ในซัพพลายเชนของพลังงาน ตั้งแต่โรงกลั่น ผู้ประกอบการ ขนส่ง และจ๊อบเบอร์

    “เพื่อมาแก้ผ้าดูทีละคน ว่าใครเป็นคนกักตุนน้ำมัน ใครที่โกหก พรุ่งนี้จะเอามาเข้าเครื่องจับเท็จทุกคน สิ่งที่โรงกลั่นประกาศว่าน้ำมันคุณมี น้ำมันไม่ช๊อต ,กระทรวงพลังงานบอกไม่ช๊อต , ปตท. บอกไม่ได้ช๊อต และทำไมน้ำมันกลั่นออกมาแล้ว คลังน้ำมันหรือซัพพลายเออร์จึงไม่ได้รับน้ำมันเหมือนปกติ ซ้ำร้าย การขายส่งก็ไม่มีน้ำมันขาย เพราะฉะนั้นใครเท็จ ก็เชื่อว่าพรุ่งนี้พวกเราคงจะได้รู้ ตัวผมเองก็ไม่สบายใจ ผมก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่เวลาไปรับน้ำมัน ตัวผมเองไม่ได้มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อเดียว ผมมีทั้ง PT และมียี่ห้ออื่น เพราะเราต้องทำการเปรียบเทียบในแต่ละบริษัท ว่า ดูแลซัพพลายเออร์หรือแฟรนไชส์ของตัวเองอย่างไร ดังนั้นก็จะมีปั๊มน้ำมันของแต่ละยี่ห้อในอดีต ผมยกตัวอย่างปั๊ม ก. ผมได้รับน้ำมันอาจจะขายวันละ 10,000 ลิตร หรือ 15,000 ลิตร แต่วันนี้บางยี่ห้อขายให้ปั๊มผมเหลือแค่ 4-5 พันลิตร หายไปหมื่นลิตร แล้วหายไปไหน ในเมื่อคุณบอกว่าโรงงานกลั่นมีน้ำมันให้ น้ำมันไม่ได้ขาด และน้ำมันมันล่องหนไปไหน แล้วน้ำมันมันล่องหนได้เหรอ เพราะฉะนั้นต้องมีคนโกหกอย่างน้อยหนึ่งคน พรุ่งนี้นายกรัฐมนตรี จึงต้องเชิญทุกหน่วยงานมาหารือ เพื่อที่จะได้รู้ว่าใครพูดจริงใครพูดเท็จ ผมก็อยากรู้ เพราะผมก็โดนพี่ๆ ถามทุกวัน ก็เริ่มตอบไม่ถูกแล้วเหมือนกัน ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร เพราะที่ผมรู้ผมก็ตอบไปหมดแล้ว”

    ส่วนระบบการขนส่งมีส่วนหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขนส่งมีส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญ คือ หน้าคลังน้ำมัน ไม่มีน้ำมันจ่าย แสดงว่ามันมีอะไรเกิดขึ้น หรือโรงกลั่นโกหกเพราะไม่มีน้ำมันจริง หรือ กระทรวงพลังงานโกหกคุณไม่มีน้ำมันในสต๊อก เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ข้อเท็จจริง กระทรวงพลังงานประกาศเมื่อวานเรายังมีสต๊อก 101 วัน ขณะที่โรงกลั่นก็กลั่นออกมาเต็มกำลัง ดังนั้นเมื่อกลั่นเต็มกำลัง น้ำมันต้องมีขาย จะไม่มีการขาดเลยแม้แต่วันเดียว จึงเกิดคำถามว่าเมื่อน้ำมันออกจากโรงกลั่นแล้วหายไปไหน มีใครส่งออกน้ำมันทางเรือไปขายหรือไม่ อันนี้ขอตั้งคำถาม ซึ่งตั้งคำถามหลายครั้งแล้ว และได้ถามไปยังกรมธุรกิจพลังงาน ว่าได้งดการส่งออกน้ำมันแล้วหรือยัง อันนี้คือปัจจัยหนึ่งที่ยังไม่สบายใจ ว่าสุดท้ายคุณได้ห้ามส่งออกทางเรือแล้วหรือยัง

    เมื่อถามว่าสหพันธ์การขนส่งทางบก เรียกร้องยุติการจำกัดโควตา ไม่เช่นนั้นจากยุติการเดินรถ นายพิพัฒน์ ถามกลับทันทีว่า จำกัดโควตาน้ำมันของใคร แล้วใครเป็นคนจำกัด ยืนยันภาครัฐไม่เคยจำกัดโควต้าการขายน้ำมัน อดีตเคยซื้อน้ำมันอย่างไร วันนี้เมื่อออกจากโรงกลั่น ก็ส่งให้ตามปกติ ก่อนจะย้อนถามว่า หากมีการจำกัดจริง จะเอาแท้งค์ที่ไหนไปจัดเก็บ ในเมื่อน้ำมันถูกกลั่นออกมาทุกวัน ที่เก็บน้ำมันไม่มีแน่นอนเพราะมันโป่ง ดังนั้นเมื่อมีการกลั่น มีการขายออก ก็ต้องมีคนใช้ ยังไงก็ไม่มีที่เก็บ ดังนั้นคนที่จำกัดโควตาคือใคร คือผู้ค้าใช่หรือไม่ จำกัดจากบริษัทแม่ไปสู่แฟรนไชส์ของตัวเอง จากโรงกลั่นไปสู่คลังน้ำมันในต่างจังหวัดใช่หรือไม่ นี่ คือ สิ่งที่นายกรัฐมนตรีอยากรู้ในวันพรุ่งนี้ ว่าใครซ่อนความจริง

    เมื่อถามว่าประธานสมาพันธ์การขนส่งทางบก บอกว่ามีไอ้โม่งคอยปั่นราคา นายพิพัฒน์ ถามว่า ใคร เพราะราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับตลาดกลางเป็นผู้ประกาศ ประเทศไทยไม่สามารถประกาศราคาตลาดโลกได้ คนที่ประกาศคือกำลังรบกันอยู่ ต้องไปถามว่าใครได้ประโยชน์แต่ไม่ใช่ประเทศไทยแน่นอน เพราะ ประเทศไทยผลิตน้ำมันดิบได้ 70,000 บาร์เรลเท่านั้น

    เมื่อถามว่าสงสัยหรือไม่ว่าโรงกลั่นกักน้ำมันไว้ นายพิพัฒน์ ถามว่าโรงกลั่นมีที่เก็บหรือไม่ การออกมาทุกวันเพราะไม่มีที่เก็บมันก็โป่ง เพราะฉะนั้น โรงกลั่นก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะกักเหมือนกัน ฉะนั้นผมเชื่อว่าไม่มีใครที่จะสามารถกักได้ยกเว้นคุณไม่ได้กลั่นเต็มกำลังตามที่คุณประกาศไว้ แต่ก็มีความเสี่ยงหากเก็บน้ำมันดิบไว้ จะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำมันดิบในตลาดโลกจะร่วงลงเมื่อไหร่ ใครจะรู้จึงมั่นใจว่าวันนี้ไม่มีใครอยากเสี่ยง การกักตุนที่มองไม่เห็น ไม่มีใครอยากเสี่ยง

    เมื่อถามย้ำว่า สรุปตอนนี้ ตั้งข้อสังเกต มีการนำน้ำมันออกไปขายทางเรือใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นการสันนิษฐาน เพราะมีทางออก ที่ส่งออกไปขายได้ทางเดียว คือ การปล่อยให้ส่งออกทางทะเล

    https://www.facebook.com/share/1DcWDhnuZC/
     

แชร์หน้านี้

Loading...