ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ...UAE, Dubai อายัดทรัพย์สินเศรษฐีไม่ให้ย้ายออกกำลังเริ่มขึ้น...

    ===

    การสืบสวนของ Dark Box เปิดเผยว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังเตรียมมาตรการพิเศษหลายอย่างเพื่อเป้าหมายนักลงทุนที่ตั้งใจจะถอนเงินทุนออกจากดูไบ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความมั่นคงและผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการโจมตีของอิหร่านและความไม่มั่นคงในภูมิภาค

    แหล่งข่าวทางการเงินและกฎหมายที่ Dark Box อ้างถึงระบุว่า มาตรการที่เสนออาจรวมถึงการอายัดบัญชีธนาคารก่อนการโอนเงิน การห้ามเดินทางสำหรับนักธุรกิจที่พยายามย้ายทรัพย์สินไปต่างประเทศ และการกำหนดบทลงโทษทางปกครองหรือทางกฎหมายเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการไหลออกของเงินทุนอย่างรวดเร็ว

    รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ในอาบูดาบีและดูไบเกรงว่าจะมีคลื่นการถอนเงินของนักลงทุนจำนวนมาก ซึ่งอาจบ่อนทำลายแบบจำลองทางเศรษฐกิจของเมือง ซึ่งพึ่งพาการไหลเวียนของเงินทุนระหว่างประเทศ โลจิสติกส์ระดับโลก และความรู้สึกถึงความมั่นคงเป็นอย่างมาก

    เนื่องจากความตึงเครียดในภูมิภาคส่งผลกระทบต่อเส้นทางการค้าและความเชื่อมั่นของนักลงทุน เจ้าหน้าที่จึงดูเหมือนจะมุ่งมั่นที่จะชะลอหรือยับยั้งการไหลออกของเงินทุนเพื่อปกป้องระบบการเงินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่ามาตรการดังกล่าวอาจทำให้เกิดความกังวลอย่างมากในหมู่นักลงทุนต่างชาติเกี่ยวกับความสามารถในการคาดการณ์และความเปิดกว้างของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

    Dark Box สรุปว่า แม้ว่านโยบายที่เสนอมาจะมุ่งปกป้องเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่เผชิญกับแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชื่อเสียงของดูไบในฐานะศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกที่มีการไหลเวียนอย่างเสรี

    อ่านเพิ่มเติม: the-darkbox.com/00if

    #UAE

    #Dubai

    #นักลงทุน

    #การเงินโลก

    #ตะวันออกกลาง

    #ภูมิรัฐศาสตร์

    #เงินทุนไหลออก

    #ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

    https://www.facebook.com/share/p/1N3yxYosgB/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! โฆษกกองทัพอิหร่าน ส่งข้อความแจ้งเตือนพลเมืองและรัฐบาล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่านที่ต้องโจมตีคืนขีปนาวุธที่ปล่อยมาจาก UAE. และเรียกร้องให้พลเมืองสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ออกจากท่าเรือ ท่าเทียบเรือ หรือสถานที่ที่เจ้าหน้าทหารสหรัฐ อยู่ทันที

    https://www.facebook.com/share/185tGAFgmj/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่ไช่ไม่ไว้ใจรัสเซีย แต่เพื่อเป็นข้ออ้างทำสงคราม ยึดอิหร่านให้ได้ตามอิสราเอลสั่งไว้ หักเหลี่ยมมหาอำนาจ! ปูตินอาสาขน 'ยูเรเนียมอิหร่าน' ไปเก็บให้ แต่ทรัมป์เซย์โน จ่อส่งหน่วยซีลบุกยึดเอง?

    เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 ระดับบิ๊กบอสอย่าง "วลาดิมีร์ ปูติน" ต่อสายตรงหา "โดนัลด์ ทรัมป์" เสนอตัวเป็นคนกลางช่วยจบสงคราม โดยอาสาจะเข้าไปขน "ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง" ระดับ 60% น้ำหนักกว่า 450 กิโลกรัม ที่เอาไปประกอบร่างทำระเบิดนิวเคลียร์ได้ถึง 10 ลูก ออกจากอิหร่านไปเก็บรักษาไว้ที่รัสเซียให้เองเลย แต่งานนี้ทรัมป์ประกาศ "เซย์โน" ปัดตกข้อเสนอไปแบบไม่ไยดี เพราะในทางทฤษฎี

    ข้อเสนอของปูตินถือเป็นทางออกที่สวยงามมาก สหรัฐฯ กับอิสราเอลจะได้ไม่ต้องเสี่ยงส่งทหารบุกเข้าไปเหยียบแผ่นดินอิหร่าน แถมรัสเซียก็มีเทคโนโลยีพร้อมและเคยรับฝากยูเรเนียมของอิหร่านมาแล้วเมื่อปี 2015 แต่มุมที่ลึกกว่านั้นคือเรื่องของ "ความไว้ใจ" ล้วนๆ ครับ ในสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ตึงเครียด ขั้วอำนาจแบ่งฝักแบ่งฝ่ายชัดเจนแบบนี้ การปล่อยให้รัสเซียได้สิทธิครอบครองสารตั้งต้นนิวเคลียร์มหาศาลขนาดนี้

    ก็เหมือนการยื่นดาบไปใส่มือคู่แข่ง สหรัฐฯ จึงยอมไม่ได้ และต้องการเป็นผู้ควบคุมความปลอดภัยของยูเรเนียมล็อตนี้ด้วยตัวเองเท่านั้น แถมมีรายงานหลุดออกมาจากสำนักข่าว Axios ว่า ตอนนี้สหรัฐฯ และอิสราเอลอาจจะกำลังซุ่มวางแผนระดับฮอลลีวูด เตรียมส่ง "หน่วยรบพิเศษ" บุกทะลวงเข้าไปใจกลางอิหร่านเพื่อยึดคลังแสงนิวเคลียร์นี้ด้วยตัวเองในช่วงท้ายของสงคราม

    https://www.facebook.com/share/18Q4tYUPfD/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชา⚠️ กระหายสงคราม เคลื่อนขีปนาวุธ PHL-03 ติดอาวุธ GPS นำทางด้วยดาวเทียม “เข้าใกล้บริเวณชายแดนไทย”

    https://www.facebook.com/share/18oNyy4SNH/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดไปเมื่อคืน เพียงแค่ 2 ชั่วโมงหลังจากนั้น สหรัฐฯ เปิดฉากทิ้งระเบิดถล่มเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ของอิหร่านจนพังยับ

    เมื่อคืน ทรัมป์ สั่งถล่มฐานทัพอิหร่านบนเกาะคาร์ก แต่จงใจเว้นคลังน้ำมันไว้ (เกาะนี้คือหัวใจหลักที่ส่งออกน้ำมันถึง 90% ของอิหร่าน) เพื่อใช้เป็นข้อต่อรอง โดยขู่ว่าถ้าอิหร่านยังป่วนการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีก เป้าหมายต่อไปคือคลังน้ำมัน

    ล่าสุด กองทัพอิหร่านงัดไพ่ใบสุดท้ายมาสู้แบบไม่กลัวพัง (Mutually Assured Destruction) คือถ้าฉันส่งออกน้ำมันไม่ได้ ประเทศอื่น ก็ต้องส่งออกไม่ได้เหมือนกัน

    โดยทางกองทัพอิหร่านประกาศว่า "ถ้าอเมริกากล้าแตะต้องโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและเศรษฐกิจของอิหร่านล่ะก็... โรงกลั่นและบ่อน้ำมันทุกแห่งในภูมิภาคที่มีอเมริกาเป็นเอี่ยว จะถูกทำลายและเผาเป็นจุณทันที!"

    โลกจะเดือดร้อนขึ้นไปอีกทันที เพราะ...

    คำขู่ของอิหร่านที่บอกว่าจะถล่มโรงงานที่ร่วมมือกับอเมริกา มันครอบคลุมกว้างมากครับ ประเทศเศรษฐีน้ำมันอย่าง ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี, หรือ คูเวต ที่มีบริษัทชาติตะวันตกไปลงทุน อาจจะตกเป็นเป้าหมายโดนลูกหลงไปด้วย

    ความเสี่ยงของการเดินหมากครั้งนี้ของทรัมป์ เดิมพันสูงทีเดียว

    ทรัมป์ทิ้งท้ายไว้ว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มเข้าคุ้มกันเรือสินค้าน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ "ในอีกไม่ช้า (very soon)"

    คำพูดนี้หละครับ ที่ผมว่า น่ากังวล

    ลองนึกภาพตามนะ...
    ถ้าเรือรบอเมริกามาคุ้มกัน แล้วอิหร่านยิงใส่

    ทรัมป์ก็ต้องกดปุ่มถล่มคลังน้ำมันเกาะคาร์กตามที่ขู่ไว้ แล้วคุณว่า อิหร่านจะทำอะไร?

    โอกาสที่อิหร่านจะยิงถล่มบ่อน้ำมันทั่วตะวันออกกลางเพื่อตอบโต้ก็จะสูงมากเช่นกัน

    ตอนนี้ เราอยู่ห่างจากวิกฤตพลังงานโลกครั้งใหญ่ที่สุดแค่ "การตัดสินใจพลาดเพียงครั้งเดียว" เท่านั้นเอง

    สุดสัปดาห์นี้ทุกฝ่ายจะจับตาไปที่น่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซครับ ว่าอเมริกาจะส่งเรือรบเข้ามาคุ้มกันเรือน้ำมันลำแรกเมื่อไหร่ และอิหร่านจะกล้าเปิดหน้าแลกด้วยการยิงใส่กองทัพเรือสหรัฐฯ โดยตรงหรือไม่

    Mr.Messenger รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/1aFQFHqN5t/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    *** มาทำความเข้าใจกับนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในยุคนี้ แล้วจะเข้าใจวิถีอเมริกันอันธพาลยุคใหม่ ***

    New York Times รายงานเรื่อง “วิสัยทัศน์ของทรัมป์และรูบิโอเกี่ยวกับสงคราม: ศิลปะแห่งการทำลายล้างและการเจรจาต่อรอง“

    Trump and Rubio’s Vision of War: The Art of Destroy and Deal

    นโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังถูกกำหนดอย่างเข้มข้นโดยรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ซึ่งผลักดันแนวคิดการใช้พลังทางทหารและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เพื่อกดดันประเทศคู่แข่งให้ยอมจำนน มากกว่าที่จะโค่นล้มรัฐบาลของประเทศเหล่านั้นโดยตรง แนวคิดนี้ถูกมองว่าเป็นยุทธศาสตร์แบบ “ทำลายแล้วต่อรอง” ที่ผสมผสานความคิดสายเหยี่ยวทางการทหารเข้ากับสไตล์การเมืองแบบเจรจาแลกผลประโยชน์ของทรัมป์

    หลังจากทรัมป์เข้าร่วมกับอิสราเอลเปิดฉากสงครามครั้งใหม่กับอิหร่าน ไม่นานนักก็มีวิดีโอที่สร้างด้วยเอไอแพร่กระจายบนอินเทอร์เน็ต ในคลิป รูบิโอสวมผ้าโพกหัวสีดำและชุดคล้ายนักบวชอิหร่าน ยืนดูขบวนสวนสนามทางทหาร พูดในมัสยิด และมองลงไปยังเส้นขอบฟ้าของกรุงเตหะราน พร้อมคำบรรยายว่า “มาร์โก รูบิโอ เพิ่งรู้ตัวว่าเขากลายเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน” แม้จะเป็นเพียงการล้อเลียน แต่คลิปดังกล่าวสะท้อนบทบาทสำคัญของเขาในช่วงเวลานี้ได้อย่างชัดเจน

    ตลอดเส้นทางการเมือง รูบิโอเป็นผู้สนับสนุนแนวคิดโค่นล้มรัฐบาลที่เป็นศัตรูกับสหรัฐฯ มาโดยตลอด ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกมองว่าแตกต่างจากทรัมป์มากจนหลายคนคิดว่าเขาอาจอยู่ในรัฐบาลได้ไม่นาน แต่ปัจจุบันเขากลายเป็นผู้กำหนดทิศทางสำคัญของนโยบายที่มุ่งปรับเปลี่ยนรัฐบาลในประเทศอย่างอิหร่าน เวเนซุเอลา และคิวบา

    ทรัมป์ซึ่งเคยหาเสียงว่าจะยุติสงครามของสหรัฐฯ กลับหันมาใช้แนวทางที่ใกล้เคียงกับความคิดของรูบิโอ ทำให้ผู้สนับสนุนบางส่วนผิดหวัง เพราะพวกเขาเชื่อว่าทรัมป์จะนำยุคใหม่ของการลดบทบาททางทหารของอเมริกา

    อย่างไรก็ตาม แนวทางของรูบิโอไม่เหมือนกับลัทธิอนุรักษนิยมสาย “นีโอคอน” ในยุคของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ซึ่งมุ่งเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองของประเทศอื่นและส่งเสริมประชาธิปไตย แม้ต้องใช้กำลังทหารก็ตาม สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในยุคทรัมป์กลับเป็นแนวทางที่เน้นอำนาจและผลประโยชน์มากกว่าอุดมการณ์ เป้าหมายไม่ใช่การสร้างระบอบใหม่ แต่คือการใช้กำลังบีบให้รัฐบาลเหล่านั้นยอมทำตามหรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯ

    นักวิเคราะห์บางคนอธิบายว่านี่คือแนวคิด “การยอมจำนนของระบอบ” มากกว่าการ “เปลี่ยนระบอบ” กล่าวคือ สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรัฐบาลของประเทศคู่แข่ง หากประเทศเหล่านั้นยอมทำตามผลประโยชน์ของวอชิงตัน

    รูบิโอสะท้อนแนวคิดนี้ในสุนทรพจน์ที่การประชุมความมั่นคงมิวนิกเมื่อเดือนก่อน โดยกล่าวถึงการสิ้นสุดของ “จักรวรรดิตะวันตกอันยิ่งใหญ่” และประกาศว่าสหรัฐฯ จะรับช่วงบทบาทนำต่อไป

    ในช่วงต้นของสงครามอิหร่าน รูบิโอกล่าวอย่างคลุมเครือแต่รุนแรงว่า “เราจะปล่อย Chiang (เชียง หรือ เจียง) ออกมา” ในอีกไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วันข้างหน้า คำพูดดังกล่าวหมายถึงการเพิ่มความรุนแรงของการโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเขากล่าวว่าเป็นกองทัพอากาศที่ทรงพลังที่สุดในโลก

    คำว่า “Chiang หรือ เชียง (เจียง)” เป็นมุกภายในที่โยงไปถึงคำพูดของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ซึ่งเคยตะโกนว่า “ปล่อย Chiang ออกมา” ระหว่างเล่นเทนนิส โดยอ้างถึงเจียง ไคเช็ก ผู้นำทหารจีนที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในอดีต

    รูบิโอซึ่งมีแนวคิดด้านนโยบายต่างประเทศสอดคล้องกับยุคของจอร์จ ดับเบิลยู. บุชมานาน ดูเหมือนกำลังนำแนวคิดสายเหยี่ยวเหล่านั้นมาใช้จริง เขาเคยพูดถึงความจำเป็นของการโจมตีเชิงป้องกันต่ออิหร่าน โดยใช้เหตุผลเรื่องภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้น ซึ่งคล้ายกับเหตุผลที่รัฐบาลบุชใช้ในการบุกอิรัก

    แนวคิดแบบนีโอคอนเคยมีอิทธิพลสูงสุดหลังเหตุการณ์ 11 กันยายนและสงครามในอิรักกับอัฟกานิสถาน แต่แนวคิดเหล่านี้ยังคงมีอิทธิพลในวอชิงตัน และบางส่วนได้กลับมาอยู่แถวหน้าอีกครั้งในนโยบายของทรัมป์ โดยมีรูบิโอเป็นผู้ผลักดัน

    หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือการเสริมความร่วมมือทางทหารกับอิสราเอล และโจมตีศัตรูของอิสราเอล โดยเฉพาะอิหร่าน สหรัฐฯ ได้เริ่มโจมตีอิหร่านครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ระหว่างสงคราม 12 วันที่อิสราเอลเป็นฝ่ายเริ่มต้น

    รูบิโอซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศและที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ มีบทบาทสำคัญในการวางแผนปฏิบัติการเหล่านั้น รวมถึงปฏิบัติการทางทหารอื่น ๆ ของรัฐบาล ในช่วงปีที่ผ่านมา ทรัมป์ได้สั่งโจมตีทางทหารในถึงแปดประเทศ

    ขณะเดียวกัน รูบิโอยังแสดงท่าทีพร้อมเจรจากับรัฐบาลเผด็จการเหล่านั้นด้วย เขาใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อคิวบา เช่น การขัดขวางการส่งน้ำมัน แต่ก็เจรจาอย่างเงียบ ๆ เพื่อเปิดเศรษฐกิจของคิวบา เขายังทำงานร่วมกับผู้นำเวเนซุเอลาบางคน แทนที่จะผลักดันให้ฝ่ายค้านยึดอำนาจ

    สำหรับสงครามกับอิหร่าน เป้าหมายก็ยังไม่ชัดเจน รูบิโอวิจารณ์ผู้นำศาสนาชีอะห์ที่ปกครองประเทศ แต่ไม่ได้ประกาศชัดว่าการโค่นล้มรัฐบาลเป็นเป้าหมายของสงคราม ขณะที่ทรัมป์เองก็ส่งสัญญาณทั้งสนับสนุนการลุกฮือของประชาชน และเปิดช่องสำหรับการเจรจากับรัฐบาลอิหร่าน

    นักวิจารณ์บางคนเตือนว่ายุทธศาสตร์นี้อาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการเมืองของประเทศอื่นได้จริง แม้จะใช้การโจมตีทางอากาศอย่างหนักก็ตาม เพราะประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ มักเชื่อว่าการใช้กำลังจะบังคับให้ประเทศอื่นเปลี่ยนแปลงได้ แต่สุดท้ายก็ต้องเรียนรู้บทเรียนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    สงครามกับอิหร่านจึงอาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ และอนาคตทางการเมืองของรูบิโอ ว่าสหรัฐฯ สามารถบีบให้ประเทศหนึ่งยอมจำนนผ่านการโจมตีอย่างต่อเนื่องได้จริงหรือไม่.

    หมายเหตุ : คำว่า “Chiang” ในรายงานชิ้นนี้ ไม่ได้หมายถึงบุคคลจริงหรือผู้นำเอเชียชื่อเจียง/เจียงไคเช็ก แต่เป็น สัญลักษณ์เชิงการเมือง-เชิงวัฒนธรรม ที่มาจากนิยายแฟนตาซีของฝ่ายอนุรักษนิยมในสหรัฐฯ

    ที่มาของ “Chiang”

    “Chiang” มาจากนิยายการเมือง-แฟนตาซีชื่อ
    The Chronicles of Chiang
    เขียนโดย Michael Ledeen ในปี 2000

    ในนิยายเรื่องนี้ Chiang เป็นตัวละครนักรบลึกลับที่:
    • ปรากฏตัวเมื่อโลกเผชิญภัยร้ายแรง
    • เป็นนักรบฝ่าย “ความดี” ที่ต่อสู้กับเผด็จการและผู้ก่อการร้าย
    • ใช้ความรุนแรงและพลังเหนือมนุษย์เพื่อกำจัดศัตรูของเสรีภาพ

    ตัวละครนี้ถูกสร้างขึ้นเป็น สัญลักษณ์ของการต่อสู้แบบแข็งกร้าว (hard power) ต่อศัตรูของตะวันตก

    ความหมายเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง

    เมื่อคำว่า “unleash Chiang” (ปลดปล่อยเชียง) ถูกใช้ในคำพูดทางการเมือง มักหมายถึง:
    • การใช้กำลังทหารอย่างรุนแรง
    • การตอบโต้ศัตรูอย่างเด็ดขาด
    • การทำสงครามเชิงรุกกับ “ระบอบที่เป็นภัย”

    กล่าวง่าย ๆ คือ เป็นคำเปรียบเปรยว่า “เราจะปล่อยพลังการโจมตีเต็มรูปแบบ”

    ความเชื่อมโยงกับการเมืองสหรัฐ

    ผู้เขียนนิยาย Michael Ledeen เป็นนักคิดสาย neoconservative ที่มีอิทธิพลในยุคของ
    George W. Bush
    ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐทำสงครามใน
    • Iraq War
    • War in Afghanistan

    ดังนั้นคำว่า Chiang จึงกลายเป็น สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมในหมู่นักการเมืองอนุรักษนิยมบางกลุ่ม ที่สื่อถึงแนวคิดว่า

    โลกต้องการ “นักรบ” ที่พร้อมใช้กำลังเพื่อกำจัดศัตรูของเสรีภาพ

    สรุปสั้น ๆ

    “Chiang” = ตัวละครนักรบจากนิยายการเมืองของฝ่ายอนุรักษนิยม
    ใช้เป็น คำเปรียบเปรยว่ากำลังจะใช้กำลังทหารอย่างหนักหรือโจมตีศัตรูอย่างเต็มรูปแบบ

    https://www.facebook.com/share/18GB7ASYpr/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Mar 14, 2026 มาร่วมเปิด! ปธน.ทรัมป์เผยสหรัฐทำลาย 100% ความสามารถทางทหารอิหร่าน จะเปิดช่องแคบฮอร์มุสให้ปลอดภัยเป็นอิสระ จีน ญี่ปุ่น ยูเคและชาติอื่นจะส่งเรือรบร่วมสหรัฐเปิดช่องแคบและสหรัฐจะยิงเรืออิหร่านให้ออกจากน่านน้ำ

    นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุสกับนานาชาติที่ได้รับผลกระทบ มีดังนี้

    หลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุสของอิหร่าน จะส่งเรือรบร่วมกับสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ช่องแคบเปิด และปลอดภัย

    สหรัฐอเมริกาได้ทําลายความสามารถทางทหารของอิหร่านไปแล้ว 100% แต่เป็นเรื่องง่ายสําหรับอิหร่านที่จะส่งโดรนหนึ่งหรือสองตัว วางทุ่นระเบิดทะเล หรือส่งขีปนาวุธระยะใกล้ไปที่ไหนสักแห่งหรือในทางน้ํานี้ ถึงแม้ว่าอิหร่านจะพ่ายแพ้แค่ไหนก็ตาม

    หวังว่า จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร และอื่นๆประเทศอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจํากัดนี้ จะส่งเรือรบไปยังพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุสไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไปจากประเทศอิหร่านที่ไม่ต่างจากมนุษย์ที่ถูกตัดหัวโดยสิ้นเชิงอีกต่อไป

    ในระหว่างนี้ สหรัฐอเมริกาจะโจมตีด้วยระเบิดรุนแรงจากชายฝั่ง ยิงเรือของอิหร่านให้ออกจากน้ําอย่างต่อเนื่อง

    ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในไม่ช้าสหรัฐอเมริกาจะเปิดช่องแคบฮอร์มุสให้ปลอดภัย และเป็นอิสระ

    https://www.facebook.com/share/1E5L7TMj4c/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    BREAKING!! อิหร่านเปิดหน้าแลก ขู่ถล่ม "ยูเครน" ยับ อ้างหนุนหลังอิสราเอลสกัดโดรน ประกาศกร้าวทุกตารางนิ้วคือ "เป้าหมายที่ชอบธรรม"

    https://www.facebook.com/share/177XYrcLWM/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    (Mar 13) ทำไมอิหร่านจึงถล่ม UAE หนักกว่ารัฐอ่าวอาหรับอื่น ๆ ในสงครามกับสหรัฐฯ-อิสราเอล? สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งดำเนินมาเป็นสัปดาห์ที่สอง ดูเหมือนว่าจะยิ่งยกระดับความรุนแรงและขยายวงกว้าง ท่ามกลางการตอบโต้อย่างดุเดือดของอิหร่าน มีอย่างน้อย 11 ประเทศและเขตปกครองที่ติดร่างแหตกเป็นเป้าโจมตีไปด้วย แต่ดูเหมือนว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

    สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี (UAE) เป็นประเทศในตะวันออกกลางที่ประกอบด้วยรัฐเอมิเรตส์ 7 รัฐ โดยรัฐที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือดูไบและอาบูดาบี ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิดว่า "ดูไบ" คือชื่อประเทศ ทั้งที่จริงแล้วดูไบเป็นเพียงหนึ่งในเอมิเรตส์และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ขณะที่อาบูดาบีเป็นเมืองหลวงของประเทศและศูนย์กลางทางการเมือง

    ข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีมากกว่า 500 ลูก และโดรนอีก 2,000 ลำ กระจายไปทั่วภูมิภาค ขณะที่กระทรวงกลาโหมของยูเออีเผยตัวเลขว่า มีขีปนาวุธและโดรนถึง 1,700 ลูกที่มุ่งเป้ามายังยูเออีเพียงแห่งเดียว ซึ่งถือว่ามากกว่าเป้าหมายหลักอย่างอิสราเอลเสียอีก

    และแม้ว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเออีจะสามารถสกัดได้ราว 90% แต่การโจมตีก็ยังสร้างความเสียหายต่อสนามบิน สถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน และบาดเจ็บอีก 122 คน

    แล้วเหตุใดอิหร่านจึงถล่มยูเออีหนักกว่าใคร?

    1. ทำลายความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและศูนย์กลางธุรกิจโลก

    หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือบทบาทของยูเออีในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจโลก ยูเออีมีประชากรราว 11 ล้านคน และในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติถึงราว 90% ตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา ยูเออีสร้างชื่อในฐานะ "สวรรค์แห่งการทำธุรกิจ" และเมืองตากอากาศสุดหรูที่ปลอดภาษี

    หลังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ขู่ว่าจะโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ล่าสุดวันนี้ (13 มี.ค.) อิหร่านเดินหน้าทำจริงตามคำขู่ สื่อหลายสำนักรายว่า เกิดเหตุระเบิดสั่นสะเทือนอาคารสูงใจกลางเมืองดูไบอย่างน้อยสองครั้งซ้อน แรงระเบิดส่งผลให้กลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นเหนือเส้นขอบฟ้าอันทันสมัยของเมือง

    แม้กองทัพยูเออียืนยันว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธส่วนใหญ่ได้ แต่เศษซากจากการทำลายล้างได้ร่วงลงใส่โครงสร้างอาคารในย่านธุรกิจสำคัญใกล้ถนน Sheikh Zayed สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อวานที่มีโดรนตกลงใกล้กับศูนย์กลางการเงินนานาชาติดูไบ (DIFC) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าอิหร่านกำลังพุ่งเป้าไปที่ "หัวใจทางเศรษฐกิจ" ของภูมิภาค

    สถานการณ์ความไม่มั่นคงที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทข้ามชาติหลายแห่งเริ่มอพยพพนักงาน รวมถึงธนาคารขนาดใหญ่อย่าง Citi และบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก เช่น Deloitte และ PwC ที่ประกาศปิดสำนักงานชั่วคราวหรือสั่งให้พนักงานออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะในย่านการเงินของดูไบ ขณะที่องค์กรสื่อระดับโลกบางแห่งก็อนุญาตให้พนักงานย้ายออกจากภูมิภาคและทำงานทางไกลได้

    ดร. เจสซี โมริตซ์ จากศูนย์อาหรับและอิสลามศึกษา (ANU) วิเคราะห์ว่า การโจมตีดูไบคือการจงใจสร้างความปั่นป่วนให้กับศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวระดับโลก อิหร่านต้องการให้โลกรับรู้ถึงราคาที่ต้องจ่ายหากกล้าคุกคามระบอบการปกครองของตน โดยใช้เศรษฐกิจของยูเออีเป็นตัวประกัน เพื่อกดดันให้สังคมโลกบีบสหรัฐฯ และอิสราเอลให้ถอยทัพ

    2. แหล่งรวมฐานทัพและยุทธโธปกรณ์ของตะวันตก

    ยูเออีไม่ได้มีดีแค่ตึกสูง แต่ยังเป็นที่ตั้งของฐานทัพสำคัญ โดยเฉพาะฐานทัพอากาศ Al Dhafra ทางตอนใต้ของอาบูดาบี ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการร่วมกับกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในภารกิจปราบปรามกลุ่ม ISIS และการสอดแนมทั่วภูมิภาค รวมไปถึงการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา

    นอกจากนี้ ท่าเรือ Jebel Ali ในดูไบ ยังเป็นจุดแวะจอดที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ขณะที่ออสเตรเลียเองก็มีฐานทัพ Al Minhad ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งกำลังบำรุงในภูมิภาค นายทหารระดับสูงระบุชัดเจนว่า "เมื่อฐานทัพเหล่านี้ถูกใช้สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน พวกมันก็กลายเป็นเป้าหมายทางทหารที่เลี่ยงไม่ได้"

    3. ชัยภูมิที่ตั้งอยู่ในเส้นทางกระสุน

    ด้วยระยะห่างเพียง 100 กิโลเมตรที่มีเพียงผืนน้ำกั้นระหว่างอิหร่านกับยูเออี ทำให้เอมิเรตส์กลายเป็นปราการด่านแรกที่โดรนหรือขีปนาวุธต้องบินผ่าน หากอิหร่านต้องการโจมตีประเทศอื่นๆ เช่น กาตาร์ บาห์เรน หรือซาอุดีอาระเบีย ยูเออีก็มีโอกาสสูงที่จะถูกโจมตีหรือได้รับผลกระทบจากการสกัดกั้นในน่านฟ้าของตนเอง

    4. สายสัมพันธ์กับ "อิสราเอล"

    อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือความขัดแย้งเชิงนโยบาย ยูเออีเป็นประเทศแรก ๆ ในกลุ่มความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ที่ลงนามใน "ข้อตกลงอับราฮัม" (Abraham Accords) เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลอย่างเป็นทางการในปี 2563

    ศาสตราจารย์ ชาห์ราม อัคบาร์ซาเดห์ จากมหาวิทยาลัยดีกิ้น ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลีย ว่า "ในสายตาของอิหร่าน ยูเออีถูกมองว่าเป็นตัวแทนหรือสายลับของสหรัฐฯ ไปแล้ว"

    การโจมตีครั้งนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงต่อรัฐบาลเอมิเรตส์ที่เลือกยืนข้างพันธมิตรตะวันตก

    ทั้งนี้ แม้ยูเออีจะมีระบบป้องกันทางอากาศที่ทันสมัย เช่น THAAD และ Patriot แต่การสกัดขีปนาวุธแต่ละครั้งมีต้นทุนสูง โดยขีปนาวุธ Patriot หนึ่งลูกอาจมีราคาสูงถึงประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    และแม้ทางการยูเออียืนยันว่าไม่ได้ยินยอมให้ใช้ฐานทัพในประเทศเพื่อโจมตีอิหร่านโดยตรง และพยายามเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดความตึงเครียด แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความปลอดภัยที่สั่นคลอนไปแล้วนั้น อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกหลายปี โดยมีพลเรือนผู้บริสุทธิ์เป็นผู้รับเคราะห์หนักที่สุดในความขัดแย้งครั้งนี้

    Source: สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
    https://www.ryt9.com/s/iq37/12798415

    เพิ่มเติม
    - Why does Iran target the UAE more than the rest of the Gulf states? https://monocle.com/affairs/why-is-iran-bombing-uae/

    https://www.facebook.com/share/1Ae4cUkHZq/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    BREAKING!! Trump ประกาศกร้าว เตรียมถล่มชายฝั่งอิหร่าน ระดมทัพเรือพันธมิตรคุมเข้มช่องแคบ Hormuz ย้ำต้อง OPEN, SAFE, and FREE!

    Trump ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียด้วยถ้อยคำที่ดุดันและชัดเจนตามสไตล์ โดยมุ่งเป้าไปที่สถานการณ์ความตึงเครียดใน Hormuz Strait หรือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในการขนส่งน้ำมัน

    โดยเนื้อหาใจความสำคัญที่ Trump สื่อสารออกมานั้นระบุว่า หลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการที่อิหร่านพยายามจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะมีการส่ง War Ships หรือเรือรบของพวกเขาเข้ามาปฏิบัติการร่วมกับสหรัฐอเมริกา เพื่อเป้าหมายในการรักษาให้ช่องแคบแห่งนี้ยังคงเปิดอยู่และมีความปลอดภัยสำหรับการสัญจร

    "บดขยี้จนสิ้นซาก" แต่ยังประมาทไม่ได้
    Trump ย้ำอย่างมั่นใจในโพสต์ของเขาว่า ในขณะนี้ทางสหรัฐฯ ได้ทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไปแล้วแบบ 100% อย่างไรก็ตาม เขายังคงเตือนว่า แม้อิหร่านจะอยู่ในสภาพที่พ่ายแพ้อย่างยับเยินแค่ไหน แต่มันก็ยังคงเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเขาส่งโดรนสักลำสองลำออกมา หรือแอบไปวางทุ่นระเบิด หรือแม้แต่การยิงขีปนาวุธระยะสั้น (close range missile) ไปยังจุดใดจุดหนึ่งตามแนวทางน้ำหรือภายในน่านน้ำแห่งนี้

    เขาระบุว่าอิหร่านยังคงมีความพยายามที่จะสร้าง "ข้อจำกัดที่ผิดธรรมชาติ" (artificial constraint) ในพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้นเขาจึงมีความคาดหวังว่าประเทศมหาอำนาจและพันธมิตรรายใหญ่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น China, France, Japan, South Korea, the UK รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่เดือดร้อน จะส่งเรือรบเข้ามาในพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจว่าช่องแคบฮอร์มุซจะไม่เป็นภัยคุกคามที่เกิดจากประเทศที่ถูก "ตัดหัว" (decapitated) จนหมดสภาพไปแล้วอีกต่อไป

    ยุทธการถล่มชายฝั่งและมาตรการขั้นเด็ดขาด
    ในระหว่างที่รอการเคลื่อนไหวจากพันธมิตร Trump ประกาศกร้าวถึงมาตรการของสหรัฐฯ ในทันทีว่า "ในระหว่างนี้ สหรัฐอเมริกาจะทำการบดขยี้ถล่มพื้นที่ชายฝั่งอย่างหนัก (bombing the hell out of the shoreline) และจะทำการยิงเรือรบรวมถึงเรือทุกประเภทของอิหร่านให้จมลงสู่ก้นทะเลอย่างต่อเนื่อง"

    เขาทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ส่งสัญญาณชัดเจนถึงตลาดโลกว่า ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ในเร็วๆ นี้ พวกเขาจะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาอยู่ในสถานะที่ "OPEN, SAFE, and FREE!" (เปิดกว้าง ปลอดภัย และมีเสรีภาพ) อย่างแน่นอน

    FB_IMG_1773500889944.jpg

    https://www.facebook.com/share/187hpxpFhV/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    22.10 น.อิหร่านลั่นแถมขู่โจมตีประเทศยูเครน ข้อหาช่วยหนุนอิสราเอลสกัดยิงโดรนของอิหร่าน ทุกตารางนิ้วของยูเครนตกเป็นเป้าหมายชอบธรรมในการโจมตีของอิหร่าน BTimes
    https://www.facebook.com/share/18MMgZobqR/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านเอาคืน!!
    บึ้มถล่มท่าเรือฟูไจราห์ ศูนย์กลางการขนส่ง คลังน้ำมันดิบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นฝีมือโดรนพิฆาต ไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง โดยเหตุการณ์นี้เชื่อว่าเป็นการตอบโต้ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่สั่งถล่มเกาะคาร์ก

    https://www.facebook.com/share/179meyEjJR/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด! Araqchi ลั่นกลองรบ หากหากสถานประกอบการหรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของอิหร่านถูกถล่ม พร้อมเช็กบิลบริษัทอเมริกันทั่วภูมิภาคทันที
    https://www.facebook.com/share/1ByAusokji/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,543
    ค่าพลัง:
    +97,153
    WSJ รายงานว่า ก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้น พลอากาศเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ได้ออกมาเตือนประธานาธิบดีทรัมป์หลายครั้ง ถึงความเสี่ยงที่อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้ทุ่นระเบิด โดรน และขีปนาวุธ โจมตีเรือสินค้าที่แล่นผ่าน เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ

    อย่างไรก็ดี แม้ทรัมป์จะรับรู้ถึงความเสี่ยงดังกล่าว แต่ก็ยังคงสั่งการให้โจมตีอิหร่าน โดยทรัมป์เชื่อว่าอิหร่านจะยอมจำนนก่อนที่จะสามารถปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือต่อให้อิหร่านพยายามที่จะปิด กองทัพเรือสหรัฐฯ ก็จะสามารถกู้สถานการณ์กลับมาได้อย่างรวดเร็ว

    https://www.facebook.com/share/p/1K5FrnoSFn/
     

แชร์หน้านี้

Loading...