วัตถุมงคลทั่วทุกภูมิภาคประเทศ Thailand

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,070
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1770222886757.jpg

    พระสมเด็จ หลวงพ่อสนธิ์ อนาลโย วัดพุทธบูชา รุ่นแรก
    พิมพ์เล็ก มีเกษา องค์นี้เห็นชัดเจน และเนื้อหา มวลสาร

    สมเด็จรุ่นแรกพิมพ์เล็ก หลวงพ่อสนธิ์ อนาลโย สร้างขึ้นมาในปี ๒๕๓๗ วาระที่ท่านมีอายุ ครบ ๕ รอบ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองเจ้าอาวาส วัดบรมนิวาส ในนามพระครูอุดมสังวรคุณ รุ่นนี้ผสมเกศา ตัวหนังสือคมชัด สร้างมาพร้อมเหรียญรุ่นแรก ของหลวงพ่อ

    ๏ ประวัติและปฏิปทา หลวงปู่สนธิ์ อนาลโย ๏
    วันนี้วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เป็นวันคล้ายวันเกิดพระพรหมวชิราภรณ์ (หลวงปู่สนธิ์ อนาลโย) เจริญอายุวัฒนมงคลครบ ๙๐ ปี เจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร

    ".. คนเราเกิดมาก็เพื่อที่จะเดินให้ถึงจุดหมายปลายทาง
    แต่ก็ไม่เดินให้ถึงจุดหมายปลายทางสักที
    มีแต่พากันมัวเมาเล่น เพลิดเพลินอยู่กับรส กลิ่น เสียง
    สัมผัสต่าง ๆ เพลิดเพลินอยู่กับโลกสมมุติตรงนี้อยู่
    ให้มองให้ลึก แค่ความสุขที่แท้จริงคือ ความว่าง
    ความสะอาด ความบริสุทธิ์ การไม่กลับมาเกิดอีก .."

    #ประวัติปฏิปทาพระพรหมวชิราภรณ์
    (หลวงปู่สนธิ์ อนาลโย)

    • #ในวัยเยาว์ (ปฐมวัย)
    นามเดิม ชื่อสุเต นามสกุล คำมั่น เกิดเมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๗๗ ตรงกับวันอาทิตย์ ที่บ้านโนนชาติ อำเภอเลิงนกทา ซึ่งปัจจุบันเป็นจังหวัดยโสธร บิดาชื่อ นายเป คำมั่น มารดาชื่อนางกันคำมั่น อาชีพที่บ้านท่านแต่เดิมก็มีอาชีพทำนาเป็นหลักในภาคอีสาน ในสมัยนั้นก็มีอาชีพเดียวเป็นหลัก ท่านมีพี่น้องร่วมอุทรเดียวกันทั้งหมด ๖ คน ส่วนหลวงพ่อเป็นบุตรคนที่สอง ชื่อเดิมว่าสุเต เพราะท่านเป็นคนที่ชอบสังเกตุ ผู้ใหญ่จึงเรียกว่า สนธิ์ คือมีสิ่งใหม่ให้สังเกตุพิจารณา ผู้ให้ทำอะไรท่านก็มีความสนใจจึงถูกเรียกว่าสน

    เด็กชายสนธิ์ คำมั่น เรียนจบชั้นประถมปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดบ้านสร้างมิ่ง ด้วยคุณธรรมที่มีมาแต่เดิมจึงทำให้ท่านเป็นคนชอบสงบ มีนิสัยรักสงบ เชื่อฟังผู้ใหญ่ กลัวต่อความผิด ซึ่งทำให้ท่านมีอุปนิสัยแตกต่างจาก เด็กในวัยเดียวกัน ชอบในการเป็นผู้ให้ เช่นให้อาหารบิณฑบาตกับคุณแม่ในวัยเด็ก เมื่อคุณแม่ใส่บาตร แก่พระที่มาบิณฑบาต ท่านจะมีความอิ่มใจ สุขใจ และด้วยบุญบารมีที่ได้สะสมในกาลก่อน เมื่อท่านได้พบกับภิกษุผู้ภิกขาจาร ก็ทำให้ท่านมีความเลื่อมใส่ รู้สึกว่าจิตใจสบายเป็นปิติ ด้วยกำลังแห่งบารมีธรรมที่เต็มบริบูรณ์ จึงทำให้ท่านมีจิตใจที่โน้มเอียงไปในทางออกบวช

    ด้วยนิสัยของชาวอีสานในสมัยนั้นมีความเคารพต่อพระพุทธศาสนามาก เมื่อมีลูกชายก็อยากจะให้บวชเีรียนเขียนอ่าน เป็นเพราะการศึกษาในสมัยนั้นยังไม่เจริญ คนที่มีความรู้ความสามารถ ก็จะเกิดจากนักบวช ทิด จารย์ครู คือผู้บวชแล้วสึกไป มีครอบครัว คนอีสานก็มีอัตตลักษณ์ของกลุ่มชนที่มีเฉพาะตน คือเป็นคนรักสงบ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น รักสนุก รักเพื่อนมิตร ดังนั้นบิดามารดาของท่านจึงมีความรักในลูกอยากจะให้ลูกได้มีความรู้ความสามารถ จึงนิยมนำลูกชายของตนเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา เด็กชายสนธิ์ก็เช่นเดียวกัน มีอัธยาศัยไปในการออกบวช จึงชอบไปอยู่วัด เพื่อรับใช้พระ (สังกะรีวัด) คือเป็นผู้คอยรับใช้พระผู้มีอาวุโส เช่น ตมน้ำร้อน น้ำเย็นถวายพระ

    ในวัยเด็กของหลวงพ่อสนธิ์ ท่านก็เหมือนเด็กอีสานในสมัยนั้นคือช่วยเหลือพ่อแม่ทำมาหากิน เพราะระดับการศึกษาในยุกนั้นมีน้อย จบแค่ประถมสี่ ก็สามารถอ่านออกเขียนได้แล้ว ถ้าจะให้มีความรู้มากกว่านั้นก็ต้องมาเรียนในตัวเมืองหลวงหรือหัวเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น ส่วนความรู้ที่มีมากอีกสาขาหนึ่งคือ วัด ซึ่งเป็นสถานอบรมนิสัยให้แก่ลูกหลาน พระท่านก็ให้เรียนหนังสือผูก เช่น เรียนสนธิ์ เรียนมูล เรียนตัวธรรม เรียนตัวขอม เป็นต้น ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้จารึก(จาร)ไว้ในใบลาน พระจึงต้องเรียนตัวธรรม (ไทยน้อย) ซึงส่วนมากจารึกเป็นนิทานธรรมบท หรือนิทานพื้นบ้านในอีสาน คือ นางผมหอม ผาแดงนางไอ่ ขู่หลู่ นางอั๋ว เป็นต้น ดังนั้นจึงทำให้นักปราชญ์อีสานนำมาเขียนเป็นกลอนลำ คำผญา สุภาษิตสอนหลาน เป็นต้นล้วนออกมาจากภาษาไทยน้อย หรือตัวธรรมในสมัยนั้น คนอีสานจึงนิยมฟังกันมาก เพราะมีความเคารพในพระพุทธศาสนา พระธรรม พระสงฆ์ เพราะฉนั้นคนอีสานทั้งชายหญิงก็อยู่ในจารีต ๑๒ ครอง ๑๔ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของชาวภาคอีสาน เช่น ฮีตปู่ ครองย่า ฮีตป้า ครองลุง ฮีตพ่อ ครองแม่ ฮีตผัว ครองเมีย เป็นต้น ดังนั้นนิสัยของท่านจึงน้อมไปในทางออกบวชตั้งแต่นั้นเ็ป็นมา

    • #การเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์
    ด้วยความกตัญญูต่อแม่ของท่าน โดยคุณแม่ทุกคนหวังจะได้เกาะชายผ้าเหลืองของลูก หรือเป็นธรรมยาทในทางพระศาสนา แม่หวังให้ลูกได้บวชเรียนเขียนอ่านก่อน คือพ่อแม่หวังให้ลูกชายทุกคนได้มาฝึกความเพียร ความอดทน ความลำบากต่างๆ ในทางพระศาสนา คือการบวชในอดีต เป็นความลำบากมากคือไฟฟ้าก็ไม่มี มีแต่ตระเกียง จุดใต้ หรือนำเอายางไม้มาผสมกับไม้ที่ผุแล้วนำมาทำใต่จุดส่องสว่างกันเท่านั้น การท่องบ่นสาธยายต่างๆก็มีตำราน้อย บางวัดต้องมาเรียกปากต่อปาก เป็นแบบมุขปาถะ ดังนั้นท่านจึงมาลำรึกถึงคำแม่สั่งไว้ว่าจะทำอะไรต่อไปให้บวชให้แม่ก่อน ท่านจึงเดินทางกลับไปที่จังหวัดสกลนคร และขอบวชที่วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร โดยมีพระอาจารย์มหาทองสุก สุจิตฺโต เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระอาจารย์กว่า สุมโน เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระมหาสนธิ์ ขนฺตยาคโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ท่านบวชเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๗ และได้อยู่อุปัฏฐากอุปัชฌาย์และอาจารย์ ฝึกกัมมัฏฐานกับท่าน

    ในปี พ.ศ.๒๔๙๘ กลับไปจำพรรษาที่วัดป่าสุทธาวาส เพราะพระอาจารย์กว่า ไม่มีใครอยู่อุปัฏฐาก จึงต้องกลับไปอยู่กับท่านและเรียนหนังที่วัดป่าสุทธาวาส การทำกัมมัฏฐานในยุกสมัยก่อน ทำอย่างเรียบง่ายแต่ก็เข้มข้น เนื่องจากธรรมมารมณ์ที่จะมากระทบจิตมีน้อยกว่าสมัยนี้มาก การพิจาณาในสรีระร่างกายก็จะทำให้จิตสลดสังเวชลงได้ง่าย เพราะคนในสมัยก่อนไม่มีการแต่งตัวมากเหมือนสมัยนี้ ความลำบากปรากฏแก่จิตได้ง่าย ด้านอาหารก็ฉันตามชาวบ้าน โดยเฉพาะภาคอีสานจะเป็นอาหารที่เหมาะแก่การภาวนามากคือ ฉันอาหารป่าเช่นแกงหน่อไม้ แกงเห็ด หลวกผักตามธรรมชาติ ทำให้ผู้ภาวนาธรรมมีอาหารที่เหมาะแก่สัพปายะ เรียกว่าอาหารสัพปายะ ทำให้จิตลงง่าย จึงทำให้หลวงมีความสุข เย็นสบายจิตจะมีเมตตาธรรมจิตจะปรารภความเพียรอย่างเข้มแข็งมาก ธรรมปรากฏแก่จิต จิตถึงธรรม เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมจึงเป็นจิตที่สลัดทิ้งจากราคะ โทสะ โมหะได้

    • #การอยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่เทสก์_เทสรังสี
    ขณะที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดป่านาภู จังหวัดสกลนคร บังเอิญหลวงปู่เทสก์ เทสรังษี ได้เดินทางมาที่จังหวัดสกลนคร และหลวงพ่อก็เดินทางร่วมไปกับหลวงปู่เทสก์ เพื่อไปจำพรรษากับหลวงปู่ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๙ และได้รับรู้ถึงปฏิปทาของหลวงปู่มั่นได้เป็นอย่างดี เพราะหลวงปู่เทสก์เล่าให้ฟังถึงการปฏิบัติของหลวงมั่น การได้อยู่ใกล้ชิดกับครูบาอาจารย์ ทำให้หลวงพ่อได้เห็นตัวอย่างการปฏิบัติตนของท่าน การภาวนาจะเริ่มได้ดีก็ต่อเมื่อเรามีกัลยาณีที่ดี ติดขัดในข้อปฏิบัติใดๆ ก็สามารถสอบถามได้ หลวงเทสก์ก็ได้เล่าถึงวัตรปฏิบัติ ให้ฟังจึงทำให้จิตใจได้กำลัง มีความเพียรในการปฏิบัต เมื่อเข้าอยู่จำพรรษาโดยธรรมเนียมสายปฏิบัติก็จะพากันเร่งความเพียร อย่างอุกกฤต บางรูปก็ปรารภในการอดอาหาร ในการไม่น้อย ปรารภในการเดินจงกรม ทุกรูปก็ปรารภเช่น ทำให้วงพระกัมมัฏฐานได้รับความเคารพจากชาวพุทธ เมื่อเป็นอย่างหลวงปู่เทสก์ได้ปรารภกับหลวงพ่อว่าในพรรษานี้เราถือธุดงค์กันในข้อเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร

    • #จำพรรษาที่วัดพุทธบูชา
    ด้วยว่าท่านอายุยังน้อยอยู่จึงอยากจะเรียนพระปริยัติธรรมเพื่อเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติ ท่านจึงกราบเรียนให้หลวงปู่เทสก์ทราบ แต่หลวงปู่เทสก์ก็ได้ปรารภว่า ส่งพระเณรมากรุงเทพก็จะสึกกันหมด ท่านห่วงว่าหลวงพ่อจะเป็นเหมือนพระเณรรูปอื่นจึงได้ปรารภเช่นนั้น แต่ก็อนุญาติให้มาเรียนบาลีที่กรุงเทพได้ ในปีพ.ศ. ๒๕๐๐ โดยมีพระอาจารย์วัน อุตฺตโม ได้ฝากให้มาจำพรรษาที่วัดพุทธบูชา ซึ่งเป็นสาขาของวัดวรนิเวศน์วิหาร และได้อยู่จำพรรษาที่วัดพุทธบูชาเป็นเวลาถึง ๘ ปี และในปีพ.ศ.๒๕๐๘ โดยพระอาจารย์สุวัจน์ ก็พามาฝากที่วัดบรมนิวาส และกาลต่อมาหลวงพ่อก็ได้ริเริ่มในการจะอบรมพระกัมมัฏฐานที่วัดบรมนิวาส เมื่อท่านกลับมาจากสหรัฐอเมริกา ท่านก็ได้เปิดการอบรมกัมมัฏฐาน ในปีพ.ศ.๒๕๒๖ โดยได้นิมนต์หลวงปู่พุธ ฐานิโย มาเป็นองค์แสดงธรรมได้รับความนิยมจากญาติโยมเป็นอย่างดี ต่อมาท่านก็ได้ปรารภกับพระมหาประกอบวัดป่ามหาชัย ว่าเราเป็นการฝึกอบกัมมัฏฐานที่วัดเลย โดยใช้ที่กุฏิหลวงพ่อ(กุฏิผ่องดำรงค์) เมื่อพ.ศ.๒๕๒๗ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เริ่มเวลา ๑๘.๐๐ น.ถึง ๑๙.๐๐น.โดยมีอุบาสก อุบาสิกา พระ เณรมาปฏิบัติกันเป็นประจำ เหมื่อนกันเมื่อหลวงพ่อมาอยู่ที่วัดพุทธบูชา ในปีพ.ศ.๒๕๔๒ ท่านก็ได้เปิดการอบรมปฏิบัติที่วัดพุทธบูชาเป็นประ โดยเอาพระอุโบสถ์เป็นสถานที่ในการปฏิบัติ ในเวลา ๑๘.๐๐น. ถึง เวลา ๑๙.๐๐ น. ทุกวัน จนถึงปัจจุบันนี้

    • #หลวงปู่กับการปฏิสังขรณ์เสนาสนะ
    เมื่อหลวงได้ย้ายกลับมาจำพรรษาที่วัดพุทธบูชาอีก ในปีพ.ศ.๒๕๔๒ ท่านได้ริเริ่มในการบูรณะเสนาสนะภายในวัด ซึ่งแต่เดิมหลวงพ่อเพิ่มท่านได้ก่อสร้างไว้นาน สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายก็ดูทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เมื่อหลวงสนธิ์ได้มาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดพุทธบูชาอีก ท่านได้เริ่มก่อสร้าง กำแพงวัดให้เป็นสัดส่วน แบ่งเป็นเขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส และได้ก่อสร้างซุ้มประตูโขงหน้าวัดอีกสองที่ และได้บูรณะปิดทองพระพุทธชินราชใหม่ก่อนที่จะทำการผูกพัทสีมาใหม่ และได้ก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ศรีพุทธบูชา ขึ้นมาใหม่อย่างสวยงาม ได้ก่อสร้างกุฏิเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ๓ หลัง อาทิเช่น กุฏิอนาลโย กุฏิ ๗๒ ปี เป็นต้น กระนั้นท่านยังมีเมตตาธรรมรับเป็นภาระธุระให้การสนับสนุนในการก่อสร้างวัดอีกมาก เช่น วัดป่าภูปังจังหวัดอุบลราชธานี วัดป่าอนาลโย จังหวัดนครปฐม และอีกที่จังหวัดราชบุรี ญาติโยมผู้มีความเลื่อมใส่ในวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อต่างก็ได้ถวายที่ดินเป็นพุทธบูชาอีกหลายแห่ง นี้คือคุณธรรมของท่านในด้านการส่งเสริมบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะในทางพระพุทธศาสนาให้เจริญก้าวหน้าและเป็นที่สัพปายะแก่ทุกท่านที่มาปฏิบัติธรรม นี้คือความเมตตาของหลวงพ่อที่มีแก่สาธุชนทั้งหลาย จะพบท่านก็ง่าย สบาย ๆ แบบเป็นกันเองกับทุกคน

    • #สมณศักดิ์
    พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็น เปรียญธรรม ๓ ประโยค

    พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็น พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นโท ที่ พระครูอุดมสังวรคุณ

    พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็น พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม

    พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็น พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิม

    ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระอุดมสังวรญาณ

    พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธบูชา

    ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็น พระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระราชภาวนาพินิจ ศาสนกิจจาทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

    ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระเทพมงคลญาณ ปรีชาญาณวิมล โสภณศาสนกิจ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

    ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็น พระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า พระพรหมวชิราภรณ์ สุนทรวิสุทธิญาณ สีลาจารวิมล โสภณธรรมธาดา วิปัสสนาธุราทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

    • #หลวงปู่กับการอบรมสั่งสอนธรรม
    พระกรรมฐาน ๕ คือ เกศา คือผมทั้งหลาย โลมาคือขนทั้ง นะขาคือเล็บทั้งหลาย ทันตาคือฟังทั้งหลาย ตะโจคือผิวหนังทั้งหลายให้พิจารณาไปตามลำดับ โดยย้อนกลับไปกลับมา ในสี่อริยาบท หรือใช้ท่องบริกรรมภาวนา เป็นสมถะภาวนาย่อมทำให้ท่านผู้บริกรรมอย่างนี้ทำใจของตนเองเข้าถึงฌาน ทั้ง ๕ คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตารมณ์ได้ง่าย อุบาสกอุบาสิกาบางคนบางท่านที่เขาทำฌาน กันเป็นแล้ว เมื่อภาวนา กรรมฐาน ๕ ได้ไม่กี่นาที ฌาน ๒ อุพเพงคาปีติ ก็ขึ้นทันทีสั่นไปทั้งตัว เสียงดังโครมครามไปหมดได้แค่ฌาน ๒ เท่านั้นก็เห็นนิมิตตัวเองนั่งอยู่ข้างหน้าแต่เป็น คฤหัสถ์อยู่ เห็นครึ่งตัวสวมเสื้อยืด คอแบะสีน้ำตาล ไว้ผมยาวหวีแสกข้าง สักประเดี๋ยวก็เห็นขันน้ำมาวางอยู่ข้างหน้า มีน้ำใสอยู่เต็มขันก็รู้ขึ้นมาทันทีว่า อ๋อ น้ำใส เต็มขันนั้นเป็นปริศนา เปรียบเทียบ เหมือนจิตเรานั่นเอง เพราะจิตไม่มีตัวตน "ผู้ที่เห็นนิมิตอย่างนี้มีน้อย(คือผู้ที่เห็นตัวเองออกมานั่งอยู่ข้าง หน้าอย่างนี้)เป็นผู้มีวาสนาสามารถปฏิบัติให้บรรลุถึง นิพพานในชาตินี้ได้" ในขณะที่ทำฌาน ๒ ได้แล้วนั้นรู้สึกเกิดความอิ่มเอิบใจเป็นที่สุดมีความมั่นใจและเชื่อมั่นถึงคำสั่ง สอน ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าเป็นของแท้แน่นอน เมื่อบวชแล้วท่านอาจารย์ผู้สอนกัมมัฏฐานโดยได้หลวงปู่เทสก์ เป็นผู้แนะนำในการภาวนาดั้งนั้นการภาวนาจึงต้องอาศัยกัลยาณมิตร คือครูบาอาจารย์เป็นมิตรในอาวาสของเรา ประดุจดังพ่อแม่เราเป็นมิตรในเรือนนั้นเอง

    • #ปล่อยให้จิตรู้แต่ระวังอย่าให้จิตหลง
    ตามความเป็นจริงแล้ว จิตของเราเป็นธาตุรู้ เป็นอมตธาตุ เราให้เขารับรู้ แต่ไม่ให้เขาเกิด ถ้าเขาจะเกิดก็เอาสติคือความระลึกรู้ตัว เข้าไประลึกรู้แล้วจิตกับอารมณ์ก็จะดับ การระลึกรู้ใช้วิธีไหนก็ได้ ที่จะให้อารมณ์นั้นเขาดับไป เช่นเรากำหนดรู้ที่ลมหายใจเข้า ออก จิตเราจะพรากออกจากธรรมารมณ์ของเขาเอง เรียกว่า เห็นเขาเกิดขึ้นมาแล้วเขาก็ดับหายไปเอง ขอเพียงว่าให้จิต สติ และสัมปชัญญะเขาตามระลึกรู้ ธรรมารมณ์ต่าง ๆได้แต่ไม่ให้เขาเกิดเป็นตัวเราคิดไปตาม ถ้าเราอยากจะรู้อะไร เหตุอะไรที่มันเกิดภายนอก เราก็เอาสติปัญญา เราก็น้อมจิตเข้าไปดู ใหม่ ๆ จะเป็นกันหมดทุกคนเราต้องพยายามศึกษาให้ละเอียด ให้เข้าใจ ให้ถ่องแท้ การควบคุมจิตเป็นยังไง การบริหารจิตเป็นอย่างไร จิตของเราก็เหมือนกับเด็กน้อยนั่นแหละ ปล่อยให้เขาเล่น พอเกิดอุปสรรค เราก็ค่อยไปช่วยเหลือเขา ถ้าเขาจะส่งไปข้างนอก เราก็ต้องรู้จักดับเขา รู้จักแก้ไขเขาจิตที่ไม่ได้ฝึกนี่มัน ก็จะไปตามเองตามราวของเขา หลงไป ขนาดหลง ๆ อยู่ ยังว่ามันไม่หลงนะ เขาว่า เฮ้ย……คำหยาบนี่ไม่มีสติเลย ก็ไปโกรธให้เขา มันก็ไม่มีสติจริง ๆ ดังเขาว่านั่นแหละ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260204_232257.jpg IMG_20260204_232324.jpg IMG_20260204_232523.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,070
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1770224852645.jpg

    พระผงรูปเหมือน รุ่นแรกครบ ๗๕ ปี พระสิทธิสารโสภณ(สงวน) วัดอาวุธ(วัดแม่ชีบุญเรือน) พศ.๒๕๑๗ ผู้ร่วมจัดสร้างพระพุทโธน้อยร่วมกับแม่ชีบุญเรือน

    ประวัติ
    พระสิทธิสารโสภณ ( สงวน โฆสโก )

    พระสิทธิสารโสภณเป็นพระอาจารย์วิปัสสนากรรมฐาน ที่มีชื่อเสียงเรียบๆ เป็นที่รู้เฉพาะบรรดาศิษยานุศิษย์ และท่านที่เคารพนับถือเท่านั้นคนภายนอกยังไม่รู้จักกท่านเท่าที่ควรว่าท่าน มีคุณวุฒิในทางไหน ต่อมาเมื่อเร็วๆนี้ได้มีศิษย์ของท่าน จำนวนหนึ่งได้ร่วมกันสร้าง เหรียญรูปเหมือนของท่านขึ้น และปรากฏว่า เหรียญรูปเหมือนนี้ได้นำไปมอบให้ท่าน ปลุกเสกเดี่ยว เพื่อนำเงินไปจัดสร้างพระอุโบสถที่ยังค้างอยู่ ปรากฏว่าได้เกิดอภินิหารขึ้น ประชาชนจึงค่อยรู้จักท่านมาตามลำดับ พระสิทธิสารโสภณ วัดอาวุธวิกสิตาราม บางพลัดนอก แขวงบางพลัด เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เดิมชื่อ สงวน สีตลายัน เกิดที่ตำบลบ้านแหลม หรือคลองพระอุดม 2 ใกล้กับวัดสะพานสูงปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นบุตรของนายเย็น นางเครื่อง สีตลายัน เมื่ออายุ 8 ขวบได้ศึกษาอักษรสมัยมูลบท บรรพกิจ จบหลักสูตรสมัยนั้นอายุ 12 ปี พระครูโสภณศาสนกิจ(กลิ่น) เจ้าอาวาสวัดสะพานสูงจึงได้ส่งไปอยู่กับท่านพระมหายา จะได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดจักรวรรดิราชาวาส(สามปลื้ม) ได้ศึกษามูลกัจจายน์ บาลีพอสมควร และได้ลาสิกขาบทไประยะหนึ่ง ต่อมาเมื่ออายุ 14 ปีได้ไปอยู่ที่วัดราชาธิวาส สามเสน กรุงเทพ กับท่านเจ้าคุณพระอริยกวี (เซ่ง)/ ได้รับบรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุ 16 ปี โดยมีพระอธิการท่วม วัดบางขวาง นนทบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ศึกษานักธรรมและบาลี ณ วัดราชาธิวาส ต่อมาได้ติดตามพระครูพุทธมนต์ ปรีชา (เทศน์ นิเทสโก) วัดเกาะ
    เมื่ออายุได้ 20 ปี ได้ผสมบทเป็นภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดสัมพันธวงศ์ โดยมีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถระ) วัดเทพศิรินทราวาสเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนพ. ศ. 2462 ต่อมาได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ. ศ. 2483 จนถึงปัจจุบันนี้
    วัดอาวุธวิกสิตาราม ไม่เคยมีเจ้าอาวาสเป็นพระราชาคณะ ท่านเจ้าคุณพระสิทธิสารโสภณ ถือเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ที่เป็นพระราชาคณะและเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกที่สร้างความเจริญให้เกิดขึ้นอย่างในวันนี้ เพราะในสมัยที่ท่านมาเป็นเจ้าอาวาส วัดนี้อยู่ในสภาพที่สุดโทรมอย่างหนัก ท่านจึงต้องมาทำการบูรณะ และก่อสร้างใหม่ทั้งหมดเหมือนกับมาสร้างวัดขึ้นใหม่ตามที่ได้เห็นอยู่ในขณะนี้

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงรูปเหมือนรุ่นแรกหลวงพ่อสงวนปลุกเสกปี ๒๕๑๗ กล่องเดิมจากวัด

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260205_001408.jpg IMG_20260205_001432.jpg IMG_20260205_001455.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,070
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1770302855844.jpg

    พระอาจารย์กิ ธมฺมุตฺตโม ท่านเป็นพระกรรมฐาน เป็นลูกศิษย์
    ในองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต หลวงปู่
    ทองรัตน์ กนฺตสีโล หลวงปู่บุญมาก ฐิตปญฺโญ เป็นพระสุปฎิ-
    ปันโน ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรูปหนึ่ง ท่านได้มีโอกาสเรียนพระ
    กรรมฐานกับหลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่น เป็นต้น พระอาจารย์
    กิท่านมีศีลาจารวัตรงดงาม มีความสงบเสงี่ยม อยู่อย่างเรียบ
    ง่าย อารมณ์ดี ไม่มักอวดอ้าง ไม่ถือตัวตน อยู่ไหนก็สามารถ
    อยู่ได้ มักน้อย สันโดษ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และมี
    ความเพียรอย่างยิ่งยวดในการเจริญจิตภาวนา มีความเมตตาเอ็นดูกับเด็ก ๆ

    พระอาจารย์กิ ธมฺมุตฺตโมท่านมักจะสวดมนต์ทำวัตรแบบย่อตามแนวทางแบบแผนของหลวงปู่เสาร์ ท่านเป็นคนเสียดังเวลาที่ท่านสวดสำเนียงจะออกไปทางลาวอยู่บ้าง

    พระอาจารย์กิเกิดที่บ้านหนองผำ จำปาศักดิ์ ประเทศลาว
    คนลาวรู้จักให้ความเคารพนับถือท่านมาก ท่านได้เที่ยวประ
    กาศพระศาสนาไปในที่ต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นสถานที่ที่มีคนยากจนอาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดาร และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิถือ
    ลัทธินอพระพุทธศาสนา

    สร้างวัดป่าสาลวัน จำปาศักดิ์ ประเทศลาว
    เมื่อออกพรรษา พ.ศ.๒๔๘๑ พระอาจารย์บุญมากพร้อมพระ
    อาจารย์กิ เดินธุดงค์กลับจำปาศักดิ์การกลับถิ่นมาตุภูมิครั้ง
    นี้ท่านได้เผยแพร่พระธรรมแนวทางการประพฤติปฏิบัติตาม
    แนวทางแบบแผนของหลวงปู่เสาร์ มีผู้ศรัทธามากมายน้อมตัวเข้าถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะอย่างแท้จริงพระอาจารย์
    บุญมาก พร้อมพระอาจารย์กิได้สร้างสำนักสงฆ์ป่าสาลวัน
    ขึ้น

    สำหรับในประเทศลาวพระอาจารย์ทองรัตน์ได้วางรากฐาน
    การประพฤติปฏิบัติพระกรรมฐานไว้ที่วัดภูมะโรงนครจำปา
    ศักดิ์และมีศิษย์ผู้สืบทอดมรดกธรรมต่อมาคือ พระอาจารย์
    บุญมาก และพระอาจารย์กิ ซึ่งได้ติดตามปฏิบัติธรรมกับ
    หลวงปู่ใหญ่เสาร์ และหลวงปู่มั่น

    หลวงปู่กิท่านตั้งมั่นอยู่ในพระรัตนตรัยเคร่งครัดในข้อวัตร
    ปฏิบัติ รวมทั้งธุดงควัตร และรักษาศีลให้บริสุทธิ์ จนกิตติ
    ศัพท์ความปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของท่านเลื่องลือไปทั่ว มีผู้
    คนเลื่อมใสศรัทธา ได้ขอฝากตัวเป็นศิษย์จำนวนมาก

    เมื่อพระอาจารย์กิ ธมฺมุตฺตโม ได้ไปพักบำเพ็ญสมณธรรม
    อยู่ที่วัดป่าสาลวัน ญาติโยมเห็นการประพฤติปฏิบัติของ
    ท่านดังนั้นแล้ว มีจิตเกิดศรัทธามากยิ่งขึ้นต่างพากันมา
    รักษาศีล ภาวนา บริจาคทาน ถือไตรสรณคมณ์ ทำวัตร
    เช้า-เย็น ปฏิบัติอยู่อย่างนั้นสืบมาและได้ร่วมกันสร้างวัดที่
    มีชื่อว่า "วัดป่าสาลวัน" อีกด้วย

    หลวงปู่กิ ธัมมุตตโม วัดป่าสนามชัย อ.พิบูลมังสาหาร อุบลราชธานี
    เรื่องเล่าสมัยธุดงค์

    วัตถุมงคล
    เป็นธรรมดาลูกศิษย์ของครูบาอาจารย์เป็นส่วนมากยังไม่ได้เข้าถึงแก่นธรรมที่แท้จริง ยังเป็นจิตของปุถุชนอยู่ จึงยังอาศัยกำลังใจ หาที่พึงทางใจอยู่ จึงเข้าไปใกล้ครูบาอาจารย์ก็อยากได้ของดี เพื่อเป็นที่พึงทางใจหรือน้อมระลึกนึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ คุณครูบาอาจารย์ที่ตนนับถืออยู่ บางคนลูกหลานรับราชการตำรวจ ทหาร หรือทำงานมีความเสี่ยงต่างๆ ก็อยากได้ของดีของขลัง ไว้ปกป้องคุ้มครองรักษาตนให้อยู่รอดปลอดภัย ในส่วนวัตถุมงคลของหลวงปู่กินั้น มีลูกศิษย์ ขอสร้างสมัยท่านมาอยู่วัดป่าสนามชัย เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ ก่อนนั้นยังไม่เคยสร้างวัตถุมงคลมีแต่เน้นหลักการปฏิบัติเจริญสมาธิภาวนาเผยแผ่พระพุทธศาสนา เมื่อลูกหลานหรือลูกศิษย์ของท่านจะไปรับราชการทหาร ตำรวจ ในสมัยสงครามอินโดจีนผู้มาขอพึ่งบารมี ท่านจะมอบพระพุทธรูปองค์เล็กๆ ให้ไปเคารพบูชาถือประจำตัว ท่านจะนำพระพุทธรูปมาวางบนแท่นบูชา แล้วตั้งจิตอธิษฐานอาราธนา แล้วมอบให้ไปสักการบูชาเพื่อเป็นศิริมงคลปกป้องรักษาคุ้มครองผู้ถือ ของมงคลที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง รูปกัณหา กับ ชาลี คู่ติดกัน เป็นเนื้อทองสัมฤทธิ์ กัณหากับชาลี เป็นบุตรธิดาของพระเวสสันดร เป็นของโบราณไม่รู้ว่าสร้างในสมัยใด ท่านจะมอบให้สำหรับศิษย์อุปัฏฐากญาติพี่น้อง ใครได้สิ่งสำคัญที่เป็นมงคลกับท่านแล้วอุ่นใจไว้ใจในความปลอดภัย ถ้าไม่ประมาทโดยเฉพาะถ้ามีศีลมีธรรม ถือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม คนที่ได้รูปกัณหากับชาลีไปบูชาติดตัวไปในสงครามอินโดจีนมีประสบการณ์เล่าสู่กันฟังว่า ขณะสู้รบกันนั้นหลบอยู่ในหลุมสนามรบ ปืนใหญ่ของฝ่ายตรงกันข้ามยิงเข้ามาตกลงในหลุมระเบิดตูม คนในหลุมกระเด็นออกนอกหลุมคนที่มีรูปกัณหาชาลีปลอดภัยไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อย เป็นที่น่าอัศจรรย์ ส่วนคนที่ถือเคารพสักการะพระพุทธรูปที่ท่านมอบให้ไว้ในภาวะสงคราม ออกสนามรบถูกฝ่ายตรงข้ามยิงปืนใหญ่เข้ามาใส่ ตกถูกหลังเท้าระเบิดตูม รองเท้าทหารขาด แต่เท้าไม่เป็นอะไร ก็น่าอัศจรรย์เช่นกัน เรื่องสิ่งที่เป็นมงคลที่ได้จากมือท่านโดยตรงย่อมมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ทราบกันดีของศิษยานุศิษย์ คนที่ไปสู่แนวรบในสนามสงครามอินโดจีนอยู่รอดปลอดภัยเกือบทุกคน เมื่อมาอยู่วัดป่าสนามชัย ตั้งแต่ ๒๕๒๐ ลูกศิษย์ก็ขออนุญาตท่านสร้างพระผงรุ่นแรกคือ พระว่าน ๑๐๘ รูปเหมือนท่านองค์เท่าหัวแม่มือรูปกลมลี ต่อมาก็สร้างเหรียญ พระกริ่งรูปเหมือนท่าน รูปเหรียญคู่กับบูรพาจารย์หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ลูกศิษย์นำไปสักการะบูชาก็ปลอดภัย มีประสบการณ์หลากหลายมาก แล้วแต่ผู้นำถือติดตัวไป เช่นเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์คนที่หอยพระผงหลวงปู่กิ รถยนต์พลิกคว่ำไม่ได้รับอันตรายเลย คนห้อยเหรียญขับขี่รถจักรยานยนต์ไปชนรถสิบล้อรถจักรยานยนต์ พังยับเยินคนขับกระเด็นเข้าไปใต้รถสิบล้อไม่ได้รับอันตรายเลย เป็นที่น่าอัศจรรย์ เรื่องอัศจรรย์นี้เป็นเรื่องเหนือเหตุเหนือผลอธิบายยาก แต่สำหรับผู้ใกล้ชิดติดตามกับพ่อแม่ครูบาอาจารย์สายกัมมัฏฐาน ย่อมเป็นคนรู้เรื่องนี้ดีค่อนข้างเชื่อมั่นในอำนาจจิต สิ่งของมงคลอะไรที่ได้รับกับมือท่านถือว่าสุดยอด องค์ท่านไม่ได้สวดอะไรมากมาย เพียงแต่องค์ท่านยกขึ้นอธิษฐานจิตเท่านั้น ถือว่าสิ่งนั้นศักดิ์สิทธิ์แล้ว เพราะพระธุดงค์กัมมัฏฐานนั้นโดยส่วนมากท่านจะไม่ใช้วิชาอาคมหรือไสยศาสตร์ แต่ถ้าท่านใช้จะอยู่ในบทสวดพระพุทธมนต์ หลวงปู่กิ ท่านเคยกล่าวกับลูกศิษย์ว่า บางครั้งท่านไปเจริญภาวนาตามป่าเขามีพวกพรานป่าเข้าไปล่าสัตว์ ใกล้สถานที่ที่ท่านบำเพ็ญเพียรอยู่ สัตว์ป่าเมื่อเห็นพระธุดงค์ก็เข้ามาอยู่ใกล้เพื่อความอบอุ่นปลอดภัยจากพรานป่า แต่พรานป่าบางครั้งก็ไม่ละอายพระเลย มายิงสัตว์ป่าใกล้ที่พระธุดงค์บำเพียรอยู่ เกิดสงสารสัตว์ก็แผ่เมตตาส่งกระแสจิตไปคุ้มครอง เมื่อพรานป่ายิงปืน ปืนก็ยิงไม่ออกกระสุนด้าน หรือถ้าออกก็ไม่ถูก มีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงปู่กิ ได้รับนิมนต์ไปดูเขาขุดเหมืองแร่ เขากำลังวางระเบิด เพื่อระเบิดหินเอาแร่ องค์ท่านอยู่ใกล้เลยนึกคิดในใจเกรงว่าเมื่อระเบิดทำงาน หินอาจจะกระเด็นมาถูกองค์ท่าน เพียงแค่คิดเท่านั้นเองทำให้คนจุดระเบิดอย่างไรก็ไม่ระเบิดสักที ในที่สุดท่านจึงออกจากสถานที่จุดระเบิด ห่างพอสมควรเพื่อความปลอดภัย ระเบิดจึงทำงาน เรื่องนี้ผู้เขียนและลูกศิษย์ฟังองค์ท่านเล่าให้ฟัง ในระหว่างสงครามอินโดจีนนั้นการไปเที่ยวบำเพ็ญเพียรภาวนาตามถ้ำภูเขาแถบชายไทย-ลาว ลาว-เวียดนาม ลาว-เขมร นั้นถือว่ามีความเสี่ยงต่อกับระเบิด ถ้าใจไม่ถึงหรือกลัวตายนั้นไม่กกล้าเข้าไปแน่ แต่สำหรับหลวงปู่กิ นั้น ไม่เคยกลัวเลย มีลูกศิษย์ เคยพูดให้ฟังว่าองค์ท่านเคยเดินไปเหยียบกับระเบิดที่ภูเขาแถบแขวงสาลวัน ร้องบอกศิษย์ผู้ติดตามว่าองค์ท่านเหยียบกับระเบิดให้ออกห่าง ๆ ถ้าระเบิดทำงานถ้าตายก็ให้ตายแต่องค์ท่านผู้เดียว เมือองค์ท่านยกเท้าออกปรากฏว่าระเบิดด้าน นี่ก็เป็นเรื่องอัศจรรย์ เรื่องอำนาจการแผ่เมตตาจิตนี้องค์ท่านเคยกล่าวว่าถ้าอยู่ปกติที่วัดจะไม่ค่อยแผ่เมตตาหลวงเพราะว่าถ้าแผ่เมตตาคนมากราบนมัสการมากทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อน รบกวนการทำความเพียร ถ้าแผ่เมตตาบนภูเขาจะสั่นสะเทือนทั้งภูเขา รุกขเทวดา หรือเทวดาที่รักษาภูเขา และสัตว์ป่าในแถบบริเวณนั้นมาฟัง ถ้ามีพระภิกษุสามเณรสามารถนั่งเข้าฌานได้จะได้เห็นเป็นนิมิตในการนั่งภาวนานั้น ลูกศิษย์ท่านสมัยก่อนมีอยู่หลายรูปที่ทำได้ การแผ่เมตตานี้ท่านบอกว่าถ้าลงไปในน้ำพวกพญานาคจะคุ้มครองรักษา ถ้าอยู่ในป่าไม้ภูเขาก็รุกขเทวดาและเสือช้างมาอารักขา เมื่อภูเขาลูกใดที่ท่านได้ไปบำเพ็ญเพียรแล้ว เมื่อลูกศิษย์รุ่นหลังไปบำเพ็ญเพียรรุกขเทวดาจึงปกป้องให้ลูกศิษย์ท่านปลอดภัยด้วย เท่ากับว่าเมื่อเคารพอาจารย์แล้ว ลูกศิษย์ก็เคารพด้วยเช่นกัน สิ่งเร้นลับในป่าถ้าผู้รู้จักป่าดีย่อมเพลิดเพลินธรรมเพลิดเพลินธรรมชาติจิตใจจะสงบวิเวก บูรพาจารย์ของท่านสอนว่าให้อบรมใจตนเองดีพอเชื่อมั่นจิตใจพอจึงคอยสอนคนอื่น ถ้าจิตใจไม่กล้าแกร่งพอ มาเจออารมณ์ภายนอกจะทำให้จิตใจเสื่อมถอย ติดอติเรกลาภวัตถุเงินทองที่เขานำมาถวายติดในรูปสวยงามของสตรีทำจิตใจเสื่อมถอยเมื่อจิตเข้มแข็งแล้วถือว่าผ่านภูมิจิตภูมิธรรม

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ยกชุด ๒ องค์
    ๑.พระผงสมเด็จหลังยันต์ยุคแรกหลวงปู่กิ
    ๒. เหรียญสามอาจารย์หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่กิวัดสนามชัย ออกวัดภูหล่น
    หลวงปู่กิวัดสนามชัย อธิฐานจิต ปี ๒๕๓๐

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ


    IMG_20260205_215707.jpg IMG_20260205_215724.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,070
    ค่าพลัง:
    +21,459
    showimage (9).jpeg 1770300831544.jpg 1770300822697.jpg FB_IMG_1770301209351.jpg

    "เอ็งเอาไปเถอะ มีจักรนารายณ์ของข้า ใครก็ทำอะไรเอ็งไม่ได้"

    คำกล่าวของหลวงพ่อเงินก่อนมอบเหรียญนี้ให้ศิษย์ที่นับถือท่าน......

    จักรนารายณ์ของท่าน ดีทางมหาปราบ แก้ดวงตก แก้อาถรรพ์ ถอนคุณไสย คุณผี คุณคน

    เหรียญจักรนารายณ์ทรงครุฑยึดนาค

    เหรียญจักรนารายณ์ทรงครุฑยึดนาค หลวงพ่อเงิน วัดถ้ำน้ำ จ.ราชบุรี
    ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปหลวงพ่อเงิน วัดถ้ำน้ำ ล้อมด้วยจักรนารายณ์ และพระคาถากันอาวุธ 1,000 ชนิด ด้านหลังเหรียญเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑยึดนาค
    หลวงพ่อเงินท่านบอกพระนารายณ์ทรงครุฑยึดนาคเป็นสัญลัษณ์ของจักรพรรดิ มีอำนาจ มีฤิทธิ์เดชหลายประการ
    หลวงพ่อเงินยังบอกต่อว่าจะสักแต่ในพระนารายณ์สวยๆไม่ได้ แต่ต้องปลุกเสกด้วยมนต์จักรพรรดิ และชักยันต์จักร 108 ประการ "เธอเอาไปแล้วลองอธิษฐานตรวจดูว่าฉันทำอย่างพูดไหม?"
    เหรียญนี้ดีอีกอย่างเวลาเสกเห็นเทพ,พรมท่านมาหมด ตอนแรกฉันนึกว่าพระนารายณ์จะมาองค์เดียว
    เนื้อทองแดงสร้าง ๙๙๙ องค์
    มีประสบการณ์มากมาย คงกระพันมหาอำนาจ มหาฤิทธิ์เดช เป็นที่เล่าขานสืบต่อกันมาจนเป็นตำนาน ท่านที่มีไว้บูชาอยู่เเล้วต่างรู้ดีในพุทธคุณ
    พระมากประสบการณ์ ทุกวันนี้มีผู้ศรัทธาทั่วไทย และต่างชาติมาขอเช่าเรื่อยๆเพราะหลวงพ่อท่านเก่งจริงและมีประสบการณ์จริงๆ

    หลวงพ่อเงินวัดถ้ำน้ำ จ.ราชบุรี พระเกจิอาคมขลัง
    ***ประวัติ หลวงพ่อเงิน วัดถ้ำน้ำ จ.ราชบุรี
    พระครูใบฎีกา เงิน ขันติโก สกุลเดิม “รุ่งสว่าง” เจ้าอาวาสวัดถ้ำน้ำ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
    หลวงพ่อเงิน เกิดเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๔๗๕ ที่ จ.นครปฐม เมื่ออยู่ในวัยรุ่น ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อน้อย วัดท่ามอญ นครชัยศรี โดยเรียนวิชาจากหลวงพ่อน้อยหลายอย่าง แม้จะอยู่ในวัยรุ่น ท่านก็ถือคาถาได้ขลังมาก
    ต่อมาท่านสมัครเข้าเป็นตำรวจประจำการ อยู่สายหาข่าว และปราบปราม พล.ต.ท.ประชา บูรณธนิต นายตำรวจใหญ่ (ฉายา สิงห์เหนือ คู่กับ เสือใต้ คือ พล.ต.ตรี.ขุนพันธรักษ์ราชเดช) ได้ให้ลูกน้องซึ่งเป็นมือปราบชื่อดัง มาตามท่านให้ประจำอยู่ที่ จ.นครปฐม เพื่อช่วยหาข่าว ปราบก๊กโจรต่างๆ หรือพวกผู้มีอิทธิพลในทางผิดกฎหมาย ซึ่งในสมัยนั้นมีอยู่มาก
    ท่านรับราชการเป็นตำรวจประมาณ ๑๒ ปี ได้ช่วยงานของราชการมากมาย โดยเฉพาะการปลอมตัวเข้าไปหาข่าวในชุมโจร ก๊กโจร หลายครั้งหลายหนได้อยู่รอดปลอดภัยตลอดมา เพราะมีวิชาดี แถมยังได้วิชาใหม่ๆ จากชุมโจร ทุกที่ที่ไปสืบข่าว เป็นวิชาในแนวของโจรเวท เริ่มตั้งแต่แต่งทัพ จับพล เสกกุมารทอง ไว้ใช้งาน เสกหุ่นพยนต์ไว้เฝ้าทรัพย์สิน ระวังภัย วิชาส่งข่าว คงกระพัน แคล้วคลาด และเมตตามหาเสน่ห์ ต่อมาท่านเกิดความเบื่อหน่ายในชีวิตการเป็นตำรวจ จึงได้บวชเป็นพระ เพื่อแสวงหาความสงบ และเพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่พ่อแม่ครูบาอาจารย์
    โดยบวชกับหลวงพ่อน้อย วัดท่ามอญ จากนั้นได้อยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อน้อย และเรียนวิชาการทำผงรอดกระดาน ปัถมัง กับหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม วิชาเสกตุ๊กตาทอง กับหลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม
    ต่อมาท่านได้ถือธุดงควัตรขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ จนได้เรียนวิชาจากครูเฒ่าฆราวาสท่านหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์ของท่านครูบาศรีวิชัย จนถึงปี ๒๕๒๒ ท่านได้ธุดงค์มาถึง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้บังเกิดนิมิตเป็นแสงสว่าง นำพาท่านให้เดินตามเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือถ้ำน้ำ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ท่านจึงตกลงใจสร้างวัดถ้ำน้ำ และพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้

    ที่ผ่านมาท่านได้สร้างวัตถุมงคลหลายอย่าง อาทิ พระสมเด็จบรรจุพระธาตุ เหรียญ รูปหล่อ ตะกรุดแบบต่างๆ วัวธนู นางกวักมะรุมเงิน-มะรุมทอง, ตุ๊กแกมหาลาภ ฯลฯ ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ลูกศิษย์อย่างกว้างขวาง

    หลวงพ่อเงิน เป็นแบบอย่างของพระสงฆ์ผู้มั่นในศีลานุวัตร มีปฏิปทาเป็นผู้ให้โดยแท้ ท่านมุ่งปฏิบัติ และเพียรฝึกฝนทางจิตอย่างเข้มแข็ง เป็นพระสงฆ์ผู้มีเมตตาอย่างที่สุด ไม่เคยบ่นว่าศิษย์ ไม่เคยแสดงอาการเหนื่อยหน่าย หรือรำคาญ ใครจะให้ท่านทำอะไร ท่านจะสงเคราะห์ให้ทั้งหมด นับเป็นพระแท้ที่น่ากราบไหว้อย่างยิ่ง
    หลวงพ่อเงิน มีชื่อเสียงในเครื่องรางรูปจิ้งจก-ตุ๊กแกมาก ยิ่งวิชาด้านเมตตามหานิยมนั้น หากท่านลงให้ใครแล้ว รับรองว่า คนคนนั้นจะต้องเป็นสุดยอดด้านมหาเสน่ห์อย่างแน่นอน

    ในด้านวัตถุมงคล ท่านจะปลุกเสกเดี่ยวด้วยตนเอง ไม่เคยนิมนต์พระเกจิองค์ใดมาช่วยปลุกเสกเลย แต่พระเครื่องของท่านก็มีความศักดิ์สิทธิ์ และมีประสบการณ์สูง อาทิ พระสมเด็จบรรจุพระธาตุ,วัวธนู, ตุ๊กแกมหาลาภ, มะรุมเงิน-มะรุมทอง, ตะกรุดเทพรัญจวน, พระขุนแผน ผงพรายกุมารทอง กดมือ, ตะกรุดนะตรึงจิต, ตะกรุดผงตะบองเงิน, ตะกรุดหัวใจบุรุษ ๘ จำพวก, ลูกอมนางอกแตก, พระขุนแผนเล็กรุ่นแรก, สีผึ้งเหนียว,สีผึ้งลิ้นทองตลับจิ้งจกคู่, ผ้ายันต์เทวดา, ผ้ายันต์ผูกจิต, เหรียญโภคทรัพย์, เหรียญจักรนารายณ์, พระสังข์เรียกทรัพย์, ไก่ดำ-ไก่แดง, พระผงจันลอยและอื่น ๆ อีกมาก

    พระสมเด็จบรรจุพระธาตุ สร้างจากดิน ๗ โป่ง ๗ ทุ่ง ๗ ท่า ๗ ถ้ำ ๗ นคร ซึ่งถือว่าเป็นดินที่มีอาถรรพณ์สูง ถ้าเอาไปทำพระเครื่องแล้ว จะบังเกิดสวัสดิมงคลแก่ผู้บูชา ไคลเสมา ไคลโบสถ์ ดินจากที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า (ทำอะไรสำเร็จหมด ปลอดอุปสรรค ปลอดภัย และเป็นใหญ่เหนือคน) ดินรวยสหรัฐอเมริกา ให้ผลด้านโภคทรัพย์ ค้าขาย การพาณิชย์ ดินหอม ให้ผลด้านมหาเสน่ห์ โดยนำดินทั้งหมดมาปลุกเสก ถึง ๕ เสาร์ ๙ อังคาร จนขลังดีแล้ว ผสมกับผงวิเศษที่หลวงพ่อลบถมเอง เช่น ผงมหาเศรษฐี ผงกินไม่หมด ผงค้ำดวง ผงมหาจักรพรรดิ ผงว่านยา ผงพระธาตุพระสิวลี ผงพระธาตุพระสังกัจจายน์ นำมากดพิมพ์เป็นพระสมเด็จ ฝังพระธาตุไว้ พระสมเด็จบางองค์หลวงพ่อเบิกเนตร ด้วยดินสอดำให้ด้วย

    วัวธนู หลวงพ่อเล่าว่า ตอนที่ท่านไปเรียนวิชากับหลวงพ่อน้อย วัดท่ามอญนั้น หลวงพ่อน้อย ลองวิชาให้ดู โดยปั้นวัวธนู และโยนออกไปกลายเป็นวัวจริง ๆ ตัวใหญ่ทันที หลวงพ่อเงินได้วิชาการทำวัวธนูจากหลวงพ่อน้อยโดยตรง จึงตั้งใจทำ วัวธนูรุ่นแรกเพื่อบูชาคุณ วัวธนูของหลวงพ่อเงินสร้างจากเหล็กอาถรรพณ์แบบเดียวกับเหล็กที่ ขุนแผนใช้ตีดาบฟ้าฟื้นในตำนาน วัวธนูทุกตัว หลวงพ่อตรวจดูว่ามีญาณทุกตัว แรงทุกตัวเรื่องคุ้มครองป้องกันภัยสูงมาก ทั้งโจรภัย ภัยจากภูตผีปิศาจ ภัยจากสงคราม ภัยจากพาหนะต่าง ๆ อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย คือคุ้มครองป้องกันภัยสารพัด กันและแก้สิ่งอัปมงคลทั้งหลาย คุณผี คุณคน ลมเพ ลมพัด เจ็บป่วยบ่อย ๆ บางทีเราทำมาหากินแทบตาย แต่เงินทองไม่เหลือเก็บ มี แต่พอกินพอใช้ อาจเพราะมีสิ่งให้โทษในบ้าน ในโรงงาน บางทีปลูกบ้าน สร้างโรงงานทับที่เขา เป็นทางสามแพร่งบ้าง ทางผีผ่านบ้าง อย่างนี้ต้องใช้วัวธนูจัดการ

    ตุ๊กแกมหาลาภ ขนาดบูชา และขนาดเล็ก หลวงพ่อเงินพูดถึงตุ๊กแกมหาลาภ ทั้งขนาดบูชาและขนาดพกติดตัวของท่านไว้ว่า “ตุ๊กแก ของที่นี่ เอาไปเลี้ยงนะ ฉันปลุกเสกให้เต็มที่ เอาไว้ที่ร้านค้า ค้าขายดี เงินทองเข้าดี มีลูกค้ามาก จะรวยขึ้น ดีขึ้นนะ วิชาของฉันเป็นของจริง แกใช้ ให้จริง ก็เห็นผลจริง”

    เมื่อครั้งยังหนุ่ม ๆ หลวงพ่อเงินเคยเดินทางไปเรียนวิชาทำตุ๊กแกมหาลาภจากหลวงพ่อครื้น วัดสังโฆ จ.สุพรรณบุรี ท่านได้ลบถมผงพุทธกรับไว้ ๒ บาตรพระ มาทำเป็นตุ๊กแก ทั้งลบถม ผงจูงนาง ผงจูงเงิน ผงยอด มหาเสน่ห์ ผงกลืนจิต กลืนใจ ผงเงินล้าน มาทำเป็นตีนตุ๊กแก ปลุกเสกตุ๊กแกมหาลาภ โดยลงหัวใจตุ๊กแก เปิดตา เปิดปาก เห็นได้ ร้องได้ เปิดเท้าทั้ง ๔ ให้เกาะติด สิ่งมงคล เกาะเงิน เกาะทอง เกาะโชคลาภ เกาะลูกค้า เกาะตำแหน่ง ยศลาภ เปิดหาง ให้กวักเรียกลาภ จึงคลานได้ กวักเรียกโชคลาภได้ แถมยังฝังตะกรุดมหาเสน่ห์และมหาลาภที่หางอีกอย่างละ ๑ ดอก รวมเป็นตะกรุด ๒ ดอก เรียกว่า เสริมความขลังให้ตุ๊กแกอย่างที่สุด

    วิชาเรียกลาภ สักการะ ค้าขายดี ที่สำคัญ อีกอย่างหนึ่งของหลวงพ่อเงิน ขันติโก ก็คือวิชาเสกฝัก มะรุมเงิน-มะรุมทอง คำว่า “มะรุม” คล้องกับคำว่า “มารุม” เป็นคำมงคล ยิ่งในทางค้าขาย หมายถึงว่า ลูกค้า มารุมมาล้อมซื้อ มารุมมาล้อมจ่ายเงิน มารุมมาล้อมเอาเงิน ให้เรา พ่อค้าแม่ขายถ้ามีคนมารุมมาล้อมซื้อ ท่านว่า ขายอะไรก็หมด ขายอะไรก็เป็นเศรษฐี อย่างนี้ดีนัก มะรุมเงิน-มะรุมทองของหลวงพ่อเงิน จึงมีเคล็ดความหมายว่า มีคนมารุมให้เงิน มารุมให้ทอง ไม่ขาดไม่เว้น นำไปบูชาจะได้เจริญรุ่งเรืองในกิจการค้าขาย ทำมา ค้าขึ้น จะร่ำรวยเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี บูชาเพื่อหาทรัพย์สินเงินทองดีนักแล

    สรรพคุณของมะรุมเงิน-มะรุมทอง หลวงพ่อเงิน วัดถ้ำน้ำ เป็นของมงคลของศักดิ์สิทธิ์ ช่วยในการค้าขาย การพาณิชย์ต่าง ๆ พ่อค้า แม่ขายขายของดีขึ้น สินค้าหมดไวขึ้น ได้เงินมากขึ้น คล่องขึ้น ง่ายขึ้น จะขายของชำ ขายของกิน ขายของใช้ ขายบนบก ขายในน้ำ ขายและให้บริการต่าง ๆ การติดต่อนายหน้า การประสานงานต่าง ๆ บริษัท ห้างร้านใด ๆ ได้มะรุมเงิน-มะรุมทองนี้ไว้ ท่านให้เอาไว้ในที่เก็บเงินทอง ใน ตู้เซฟ ในตะกร้าใส่เงิน หรือเอาไว้บนหิ้งพระ หิ้ง เจ้าที่เจ้าทางก็ได้ นำไปแขวนไว้หน้าบริษัท หน้าร้านค้าก็ได้ หรือจะใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์ก็ได้ ก่อนเปิดร้าน และหลังปิดร้าน ท่านให้เสกคาถานี้

    ตะกรุดเทพรัญจวน ของดีทางมหาเสน่ห์ มหาเมตตา ที่ควรมีไว้ “ตะกรุดนี้ ฉันทำเป็นรุ่นสุดท้ายแล้วนะ ต่อไปไม่ทำแล้ว ไม่มีแรง มันทำยากเสกยากหนักหนา เสกให้เป็นเมตตาใหญ่ มหานิยมใหญ่ มหารัก มหาหลง ระงับเกลียด ระงับโกรธ อย่าว่าแต่มนุษย์ธรรมดาที่จะรักเราเลย จนแม้แต่เทวดาก็ยังมารักเรา นี่ตำราเขาจึงเรียกว่า ตะกรุดเทพรัญจวน”

    หลวงพ่อเงิน เรียนวิชาพระยันต์เทพรัญจวน มาจากพระธุดงค์ ตั้งแต่สมัยท่านเดินธุดงค์ข้ามชายแดน เรียนแล้วก็ลอง จนเสกได้ขลัง พระธุดงค์เจ้าของวิชาให้ท่านรับปากว่า จะไม่ทำตะกรุดนี้ให้กับพระด้วยกัน เพราะกลัวได้ไปแล้วจะสึกเสียก่อนเวลาอันควร และถ้าอายุเลย ๗๐ ปีแล้ว จึงค่อยทำตะกรุดเทพรัญจวนได้ ท่านให้เหตุผลว่า ถ้าทำตะกรุดเทพรัญจวนตอนเป็นพระหนุ่ม กลัวคนทำ(คือหลวงพ่อเงิน) จะสึกเสียเอง ตอนนี้หลวงพ่อเงิน สังขารแก่ชรา แต่ทว่าวิชาอาคมกลับขลัง ท่านจึงทำตะกรุดเทพรัญจวนเอาไว้ เพื่อสืบสายวิชานี้ให้อยู่คู่แผ่นดินสืบไป และเพื่อเป็นการบูชาครู

    พระขุนแผน ผงพรายกุมารทอง กดมือ ด้วยเหตุที่หลวงพ่อเงิน ท่านเรียนวิชาเสกกุมารทองจากหลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม ท่านจึงได้สร้างพระขุนแผน พรายกุมาร โดยด้านหน้าทำเป็นรูปพระขุนแผนประทับนั่ง มีพรายพนมมือไหว้อยู่ข้างละตน ด้านหลังเป็นกุมารทองรูปร่างน่ารัก อ้วนท้วนสมบูรณ์ ถือถุงเงิน ถุงทอง ฝังตะกรุด ๑ ดอก กดพิมพ์ด้วยมือทุกองค์ ถือเป็นพระขุนแผนรุ่นสุดท้ายของท่าน จึงเสกให้อย่างเต็มที่ จนหลัง เสกพระเสร็จท่านต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลทันที เพราะเหตุท่านใช้สมาธิจิตมากไปนั่นเอง

    ท่านที่ต้องการไปกราบนมัสการหลวงพ่อเงิน ที่วัดถ้ำน้ำ ต.นางแก้ว อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ให้มาทางถนนสายธนบุรี-ปากท่อ ผ่าน จ.นครปฐม มุ่งหน้า อ.โพธาราม ผ่านถ้ำค้างคาว วัดถ้ำน้ำ จะอยู่เลยถ้ำค้างคาวมานิดเดียว

    หลวงพ่อเงิน ได้มรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ ขณะนี้สรีระของท่าน คณะศิษย์ได้นำมาบรรจุที่วิหารเพื่อที่จะได้ให้ท่านสาธุชนกราบไหว้ต่อไป

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 1,500 บาท

    IMG_20260205_212909.jpg IMG_20260205_212934.jpg
     
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,070
    ค่าพลัง:
    +21,459
    พระผงหลวงพ่อน้อย พุทธสร วัดลาดปลาเค้า ข้างพญานาคคู่ รุ่นแรก หลังพุทโธ ปี2521 เนื้อผงพุทธคุณ โรยแร่วิเศษ
    โซนเนื้อขาวแก่ผง&โซนเนื้อเหลืองเกสรดอกไม้ ครับ
    สภาพสวยเดิมดีครับ หายากครับ
    ปัจจุบันพระปิดตามหาเสน่ห์ หลังยันต์พุทธโธ ราคาขยับไปแล้วครับ แต่พระพิมพ์นาคคู่ ราคายังจับต้องได้ครับ และที่สำคัญผงมวลสารที่ใช้กดพิมพ์ หลวงปู่โต๊ะ ท่านเมตตามอบให้ หลวงพ่อน้อย มาบางส่วนเพื่อที่จะสร้างพระ ครับ

    เข้าพิธีพุทธาภิเษกพร้อมกับ พระปิดตามหาเสนห์ ยันต์พุทโธ และ พระสมเด็จ หลังรูปเหมือนหลวงพ่อน้อย ครับ

    ...วัดลาดปลาเค้า หรือวัดเก่าลุ่มคลองบางบัว แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. วัดเก่าแก่ย่านลาดปลาเค้าที่มีอายุกว่า ๑๔๐ ปี ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.๒๔๐๙ สร้างขึ้นจากที่ดินที่ถวายโดยอำแดงด้วงและอำแดงไหม แต่เดิมเป็นคณะสงฆ์เล็กๆ จนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๓๕ ทางราชการได้ประกาศแต่งตั้งสำนักสงฆ์ให้กลายเป็นวัดลาดปลาเค้า โดยสิ่งที่ขึ้นชื่อของวัดลาดปลาเค้าก็คือ รูปปั้นหลวงพ่อน้อย พุทธสร ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความอยู่ยงคงกระพัน ความร่มเย็นเป็นสุข เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนในย่านลาดปลาเค้าอย่างมาก
    หลวงพ่อน้อย พุทธสร เป็นพระผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้า พร้อมด้วยปฏิปทา และวาจาอันศักดิ์สิทธิ์ที่เล่าขานมาถึงปัจจุบัน ทั้งนี้เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๙ ได้มีการจัดสร้างเหรียญรุ่นแรก ในครั้งนั้นได้มีการนิมนต์หลวงปู่โต๊ะ แห่งวัดประดู่ฉิมพลี พร้อมด้วยพระเกจิอาจารย์ในยุคนั้นมาร่วมปลุกเสกอีกหลายรูป
    ครั้นล่วงมา พ.ศ.๒๕๒๑ ทางวัดทำการปฏิสังขรณ์วัดซึ่งมีสภาพทรุดโทรมเสื่อมลงตามกาลเวลา จึงได้มีการจัดสร้างวัตถุมงคลขึ้น พระครูวิมลหารกิจ หรือหลวงพ่อหลอม เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ในขณะนั้นยังเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงปู่โต๊ะได้นิมนต์ท่านมาปลุกเสกวัตถุมงคลด้วย ในครั้งนั้นหลวงปู่โต๊ะได้ทราบถึงเจตนาของหลวงพ่อหลอม รวมทั้งมองเห็นคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนาในภายภาคหน้า ท่านจึงนำพระปิดตามหาเสน่ห์หลังยันต์พุทโธนำมาให้วัดลาดปลาเค้าถึง ๔ ลัง เพื่อร่วมทำบุญในการปฏิสังขรณ์วัดในครั้นนั้นด้วย

    ในคราวนั้นทางวัดได้จัดพิธีพุทธาภิเษกและนำพระปิดตามหาเสน่ห์หลังยันต์พุทโธเข้าพิธีด้วย โดยมีหลวงปู่โต๊ะ เป็นประธานในพิธีปลุกเสก ร่วมกับพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมอีก ๘ รูป ร่วมพิธีดังนี้

    ๑.หลวงพ่อสุด วัดกาหลง จ.สมุทรสาคร
    ๒.หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ จ.พระนครศรีอยุธยา
    ๓.หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม
    ๔.หลวงปู่เริ่ม วัดจุกกระเฌอ จ.ชลบุรี
    ๕.หลวงปู่คำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.ลพบุรี
    ๖.หลวงปู่เหรียญ วัดบางระโหง จ.นนทบุรี
    ๗.หลวงพ่อสาย วัดบางรักใหญ่ จ.นนทบุรี และ
    ๘.หลวงพ่อเส็ง วัดบางนา จ.ปทุมธานี

    หลังพิธีได้มีการนำพระแจกทำบุญแก่ผู้เข้าร่วมพิธี .. อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๕ ทางวัดได้ปรับปรุงเพดานตึกจันทร์ประสิทธิ์ ได้พบพระปิดตามหาเสน่ห์หลังยันต์พุทโธ จำนวน ๔ กล่องใหญ่ โดยมีกำนันทวน กลิ่นรอด ร่วมเป็นพยานในครั้งนั้นด้วย ทางคณะกรรมการวัดและคณะสงฆ์วัดลาดปลาเค้า มีมติตรงกันว่าให้นำพระที่พบออกมาให้เช่าบูชา เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการบูรณะวัดลาดปลาเค้าตามวัตถุประสงค์ของหลวงปู่โต๊ะเมื่อ ๓๔ ปี ก่อน รวมทั้งเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลหลวงพ่อหลอม ที่รักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ...(ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลืก)
    ...เท่าที่พบ มีการสร้างด้วยกันพิมพ์เดียว หลังยันต์แบบเดียว คือยันต์พุทโธ แต่เนื้อหามีหลากหลาย...ผงอิทธิเจ ผงเกสร ๑๐๘ ผงธูปกรรมฐาน ผงว่านสบู่เลือด ผงใบลานเผา...ล้วนแต่เป็นของดี ราคาเบา เก่าทันหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ที่ทุกท่านใฝ่ฝันหา...หากเป็นพิมพ์ปิดตามหาเสน่ห์ ของทางวัดประดู่ฉิมพลีเอง ราคาคงแพงกว่ากันหลายเท่าตัว(เฉพาะเนื้อเกสร ก็ต้องว่ากันที่หลายๆหมื่นบาทขึ้นไป)เลี่ยมขึ้นคอได้เลย เมตตา มหาเสน่ห์ ค้าขาย

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงรูปเหมือนหลวงพ่อน้อยวัดลาดปลาเค้าปี๒๕๒๑ ปลุกเสกพร้อมพระปิดตามหาเสน่ห์ วัดลาดปลาเค้า

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260205_195024.jpg IMG_20260205_195039.jpg
     
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,070
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1770365308451.jpg FB_IMG_1770365306006.jpg FB_IMG_1770365303456.jpg FB_IMG_1770365300061.jpg

    หลวงปู่โต๊ะ ได้กล่าวชมกับหลวงพ่อย้อยอีกว่า “ท่านเก่งน้อ

    เสกพานแตก

    งานปลุกเสกเหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์โตวัดไก่จ้นปี ๒๕๒๓

    ได้ยินเสียงเหมือนระเบิดตึ้งดังสนั่นโบสถ์เหมือนเสียงปืน ทุกสายตามองที่พานแก้วที่วางหน้าหลวงพ่อย้อย สำหรับวางหญ้าคาเพื่อพรมน้ำมนต์ ระเบิดออกแล้วไปรวมกองที่เดียวกันแบบน่าอัศจรรย์ที่ระเบิดแล้วไม่กระจายออกไปที่ไหนเลยรวมตัวกันเป็นกองกระจุกที่เดียว ภาพและเสียงนั้นทำให้ทุกคนในโบสถ์อยู่ในอาการที่นิ่งด้วยความประหลาดใจ แต่ในใจทุกคนทราบว่าต้องมีปาฏิหาริย์เกิดจากการปลุกเสกของหลวงพ่อย้อยแน่นอน

    ประวัติหลวงพ่อย้อย ปุญญมี วัดอัมพวัน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี
    พระอธิการย้อย
    ฉายา ปุญญมี
    ชื่อเดิม ย้อย นามสกุลชาติภูมิ
    เกิดวันที่ 1 กรกฎาคม 2435 ปีมะโรง ที่บ้านโรงเหล้า (บ้านอัมพวัน) หมู่ที่ 3 ตำบลศาลารีไทย อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เชื้อชาติไทย
    สัญชาติไทย บิดาชื่อ นายนิ่ม เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ศาสนาพุทธ มารดาชื่อ นางแป๋ เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย ศาสนาพุทธ
    ก่อนบรรพชาอุปสมบท อยู่บ้านโรงเหล้า(บ้านอัมพวัน) หมู่ที่ 3 ตำบลศาลารีไทย อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี
    การศึกษา
    การศึกษา ประถมปีที่ 4 พ.ศ.2452 ที่วัดวังแดงเหนือ
    บรรพชาที่วัดอัมพวัน อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เมื่อ พ.ศ. 2452 อายุ 16 ปี เศษ มีพระครูสา วัดวังแดงเหนือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระอุปัชฌาย์
    อุปสมบท
    อุปสมบทที่วัดอัมพวัน อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2456 อายุ 21 ปีมีพระครูสา วัดวังแดงเหนือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระอุปัชฌาย์
    มีพระใบฎีกาโป๋ วัดวังแดงเหนือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระกรรมวาจาจารย์มีพระใบฎีกานาค วัดสมุหประดิษฐาราม อำเภอเสาไห้ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
    ตำแหน่งตามพรบ.คณะสงฆ์
    ตำแหน่ง พระอธิการเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน เมื่อ พ.ศ.2461 อายุ 26 ปี
    มรณภาพ
    วันที่ 19 ธันวาคม 2525 รวมอายุ 90 ปี รวม 72 พรรษา

    สำหรับประวัติหลวงพ่อย้อย ปุญญมี นั้น เป็นที่น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้ไม่มีผู้เขียนที่สามารถจะเขียนได้อย่าง ละเอียดได้ เพราะว่าลูกศิษย์หลายท่านที่จะนำไปทำประวัติ
    รวมทั้งคุณไพบูลย์ ชมภูทัพ ผู้เขียนเรื่องของดีวัดอัมพวัน ในหนังสือพระธาตุเจติยานุสรณ์ ของวัดอัมพวัน ได้ไปสอบถามกับหลวงพ่อย้อยด้วยตัวเอง 2-3 ครั้ง
    ท่านเพียงแต่บอกว่าไม่ต้องเอาไปลงหรอก ทุกครั้งไป จึงเป็นเรื่องจนปัญญาที่จะหาประวัติอย่างละเอียดของท่านได้ เท่าที่ค้นหาได้จากทะเบียนพระภิกษุวัดอัมพวันตามรายละเอียดที่
    ปรากฎข้างต้นนี้ อาจารย์ผู้สั่งสอนเวทย์มนต์คาถา ตำราต่างๆ ให้แก่ท่านคือ หลวงพ่อโป๋ วัดวังแดงเหนือ ที่เป็นพระพระกรรมวาจาจารย์ ตอนที่ท่านอุปสมบทนั่นเอง
    หลวงพ่อย้อยเป็นพระภิกษุผู้ทรงศีล บริสุทธิ์ ที่เจริญด้วยเมตตาอย่างยิ่ง ผู้ที่ได้พบท่านมาแล้วคงจะได้เคยเห็นว่าเวลาท่านฉันอาหารไม่ว่าเช้าหรือเพล
    แทบจะกล่าวได้ว่าทุกเวลาที่ท่านฉันจะมี สุนัขและแมวล้อมรอบตัวท่านและสำรับกับข้าวของท่านจำนวนมาก ท่านไม่เคยไล่ให้หนีออกไปเลย ท่านฉันอาหารไป ท่านก็ให้อาหารสุนัข
    แมวไปด้วยทุกครั้ง ยุงที่กัดท่านก็ไม่เคยที่กัดท่านไม่เคยถูกไล่หรือตี มีลูกศิษย์จะตีให้ก็ไม่ยอมให้ตีบอกแต่เพียงว่าเขาอิ่มแล้วเขาก็ไป คุณลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของท่านก็คือ
    ท่านไม่เคยขัดศรัทธาของผู้ที่ไปหาท่าน ต้องการให้ท่านทำ หรือช่วยอย่างไร ท่านทำให้ทุกอย่าง ท่านมีวิชาอาคมเวทย์มนต์คาถาแต่ใช้ในทางที่ถูกเท่านั้น ช่วยเหลือ,ป้องกันภัย
    ไม่ว่าจะลงกระหม่อม ทำน้ำมนต์อาบให้ หรือปลุกเสกเครื่องลางของขลังไว้ป้องกันตัวจากภัย อันตรายต่างๆ ที่ถูกผู้อื่นทำใส่ หรือที่เรียกว่า”คุณไสย” ท่านเป็นทำให้ทั้งนั้น
    ไม่เคยขัดคำขอร้องของผู้ไปหาเลย อีกประการหนึ่งท่านมีประสาทหูเสีย (หูหนวก) จึงมีสมาธิดีกว่าปกติ เพราะไม่สามารถฟังเสียงรบกวนจากบริเวณใกล้เคียง
    ของขลังของท่านจึงศักดิ์สิทธิ์ มีพุทธานุภาพมาก แม้กระทั่งว่าท่านเจ้าคุณพระมหานายก วัดบวรนิเวศ ลูกศิษย์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก
    สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน เล่าให้ฟังว่าท่านสมเด็จพระญาณสังวร ทรงมีและคาดตระกรุดหลวงพ่อย้อยที่เอวท่านประจำ ปรากฏการณ์ ผลศักดิ์ สิทธิ์และ
    อภินิหารเป็นที่เลื่องลือในบรรดาลูกศิษย์และคนทั่วไปที่ได้เคยมีประสบการณ์มาแล้ว
    เช่น 1.คุณศุกลรัตน์ ธนรัตน์ติกานนท์ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ได้เล่าให้ฟังว่า ได้กำลังเดินข้ามถนน
    บังเอิญไปคนคนแก่กำลังข้ามจึงได้ อาสาช่วยจูงข้าม ระหว่างข้ามถนนนั้นมีรถตู้วิ่งมาอย่างเร็วเบรคอย่างแรงด้วยความตกใจ จนรถเกือบชนอีกไม่กี่นิ้วก็ถึงตัว
    ซึ่งชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์นั้นคิดว่ายังไงๆ 2 คนต้องถูกรถชนตายอย่างแน่นอน หลังจากเกิดเหตุคุณศุกลรัตน์ ธนรัตน์ติกานนท์
    ได้คุยกับคนขับได้ความว่าที่เบรคนั้น เห็นภาพพระแก่ๆ ข้ามถนนจึงเบรค ไม่ได้เห็นตนเองกับคนแก่ที่ได้จูงข้ามเลย ทั้งๆที่นั้นไม่ปรากฎพระรูปใดๆอยู่เลย
    แสดงความแปลกใจให้กับคุณศุกลรัตน์ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นึกขึ้นได้ว่าได้แขวนพระเหรียญหลวงพ่อย้อยรุ่น 2 ด้านหลังมีหลวงพ่อขาวไว้ในคอ เพียงองค์เดียว
    เจ้าตัวจึงศรัทธาในบารมีของหลวงพ่อว่า ท่านได้มาช่วยเราปลอดภัย ตั้งแต่นั้นมาพระองค์นี้ไม่เคยห่างกายเลย และยังเป็นที่เคารพศรัทธาตลอดมา
    2.ครั้งหนึ่งมีคุณป้าคนหนึ่งเดินทางไป ทัศนาจร นครเวียงจันทน์ และตอนกลับได้ซื้อของจากเวียงจันทน์ข้ามฝั่งมาไทยหลายสิ่งหลายอย่าง ปรากฎว่าในคณะที่ไปด้วยกันนั้นถูกด่านตรวจและยึดสิ่งของไปหมด ครั้นตรวจมาถึงคุณป้าคนนี้คนตรวจกลับถามว่าป้ามาจากไหน คุณป้าตอบว่ามาจากสระบุรี คนตรวจถามเพียงเท่านั้นแล้วก็เดินผ่านไป โดยไม่ได้ตรวจค้นสิ่งของและยึดของเหมือนคนก่อนๆ ปรากฎว่าเพราะคุณป้าคนนี้มีตระกรุดมหาจักรพรรตราธิราชติดตัวไปด้วย และมีเพียงอย่างเดียว ในขณะที่เขากำลังตรวจคนอื่นอยู่นั้นคุณป้าไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยยกมือจับที่ตระกรุดและนึกถึงหลวงพ่อย้อย พร้อมกับรำพึงขอให้หลวงพ่อย้อยช่วยให้แคล้วคลาดไปสักครั้งเถิด (มาจากเรื่องของดีวัดอัมพวัน ในหนังสือพระธาตุเจติยานุสรณ์ ของวัดอัมพวัน คุณไพบูลย์ ชมภูทัพ ผู้เขียน)
    3.อีกรายหนึ่งรถคว่ำ ทุกคนบนรถบาดเจ็บล้มตามกัน แต่ตัวเขาเองไม่ได้รับอันตรายใดๆเลย และมีมหาจักรพรรตราธิราชเพียงดอกเดียว หลังจากนั้นไม่กี่วันปรากฎว่าเขาผู้นี้ได้ไปหาหลวงพ่อย้อยที่วัด และขอสั่งจองมหาจักรพรรตราธิราชอีกถึง 10 ดอก(มาจากเรื่องของดีวัดอัมพวัน ในหนังสือพระธาตุเจติยานุสรณ์ ของวัดอัมพวัน คุณไพบูลย์ ชมภูทัพ ผู้เขียน)
    เคยมีผู้กล่าวว่า ใครมีของขลังของหลวงพ่อย้อยไว้กับตัวไม่ต้องกลัวภัย โดยเฉพาะตระกรุดมหาจักรพรรตราธิราชด้วยแล้ว มีคุณานุภาพมากมายแล้วแต่จะอธิฐานใช้เอา ย่อมเกิดผลให้ทันตาเห็น สมกับที่หลวงพ่อท่านเปรียบเทียบเท่ากับแก้วสารพัดนึกนั่นเทียว แต่ทั้งนี้ต้องใช้ในทางที่ถูกที่ควร และสิ่งที่เป็นไปได้

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลทุกๆที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงจันทร์ลอยเนื้อดินเผาหลวงพ่อย้อยวัดอัมพวันบรรจุกรุใต้ฐานพระประธานปี ๒๕๒๓



    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260206_150432.jpg IMG_20260206_150456.jpg
     
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,070
    ค่าพลัง:
    +21,459
    เสด็จแม่ยั่วเมืองเป็นเครื่องรางที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อาทิ อินเดีย มาเลเซีย หรือ สิงค์โปร์ เป็นเครื่องรางที่ดีทางเสน่ห์ เมตตา ดลจิต ดลใจ โชคลาภ ค้าขาย ที่สำคัญ เสด็จแม่ยั่วเมืองมีอิทธิคุณรวมถึงการป้องกันคุณไสย์ มนต์ดำ ทั้งคุณมนุษย์ และอมนุษย์ ปกป้องคุ้มครอง แคล้วคลาด ปลอดภัย ซึ่งหายากมากสำหรับเครื่องรางมหาเสน่ห์ที่ให้พุทธคุณรวมถึงเมตตา มหาบารมี เช่นนี้ ดังนั้น ผู้บูชาเสด็จแม่ยั่วเมืองมักเป็นที่รักใคร่กับคนรอบข้าง อีกทั้งผู้หวังผลทางมหาเสน่ห์รุนแรงขั้นเรียกจิตคนรักให้คิดถึง มาหา อยากมาสมสู่ ร้อนรนทนอยู่มิได้ อยากมาพบหน้าเรา
    อีกหนึ่งในสุดยอดศิลปะเครื่องรางมหาเสน่ห์รุนแรงของท่านอาจารย์หม่อม เสด็จแม่ยั่วเมืองหรือพระแม่อุมาปางเสพกามนั้น อาจารย์หม่อมท่านว่า อย่าไปคิดเรื่องลามก เพราะมนุษย์ และสัตว์โลกนั้น กำเนิดขึ้นมาจากสองสิ่งนี้ คือโยนี และศิวลึงค์ ทั้งพิมพ์ 4 รุม 1 และนางขย่มตอนั้น ต่างเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมตัวยง ภาพเหล่าทวยเทพทั้ง 4 ต่างรุมถวายศิวลึงค์ให้กับเสด็จแม่ยั่วเมือง(4 รุม 1) ชี้เห็นเด่นชัดเรื่องเสน่ห์ เมตตา มหานิยม เสน่หาอาลัยไม่มีที่สิ้นสุด ด้านหลังทั้งสองพิมพ์คือ 'มหายันต์กลับ' เปี่ยมด้วยพุทธคุณสุดเมตตา คนจะโกรธ กลับไม่โกรธ พลิกร้ายสลับกลับกลายเป็นดี ศัตรูล้วนกลับกลายเป็นมิตร ด้วยมหาเสน่ห์รุนแรงเช่นนี้จึงครอบคลุมรวมไปถึงเรื่องค้าขาย ลูกค้าเมตตา มะรุมมะตุ้มรุมกันซื้อไม่หยุดหย่อน และนี่คือที่มาของสุดยอดเครื่องรางมหาเสน่ห์ของอาจารย์หม่อม

    แขวนเสด็จแม่ยั่วเมืองขึ้นคอได้ แต่ต้องไม่รวมกับพระ หรือหากแขวนพระต้องแขวนเสด็จแม่ยั่วเมืองให้ต่ำกว่า อาทิ เหน็บที่กระเป๋าเสื้อ พกในกระเป๋าสตรี คล้องที่เอว เหน็บที่กระเป๋ากางเกง การบูชาคือพกพาติดตัว อธิฐานให้เสด็จแม่ยั่วเมืองช่วยเรื่องเสน่ห์ หรือโชคลาภเงินทอง เพียงศรัทธาบารมีท่านอาจารย์หม่อมเท่านั้นปาฎิหารย์ย่อมเป็นเงาตามแรงศรัทธา ไม่ว่าเป็นนางขย่มตอ หรือ 4 รุม 1 หรือ พิมพ์มหายันต์ ต่างส่งพลังอิทธิคุณทางเสน่ห์รุนแรงไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้บูชาว่าจะปรารถนาพิมพ์ใดไว้ครอบครอง

    ไก่ปี้กลางปรัมพิธี
    การปลุกเสกและการหุงน้ำมันว่านมหารัญจวน นั้นทำกันในป่า ช่วงที่ปลุกเสกมีไก่ป่าฝูงหนึ่งหลงเข้าไปในพิธีพยายามหาทางออกจากสายสิญจ์ แต่ก็หาทางออกไม่ได้ ไก่ตัวผู้กับปี้ไก่ตัวเมียกลางปรัมพิธี ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจมาก ผู้เข้าร่วมพิธีต่างทราบกันดี! นั่นย่อมเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างแท้จริงว่าเสด็จแม่ยั่วเมืองนั้นมหาเสน่ห์สุดๆ ไปเลย!

    อ.หม่อมท่านเป็นพราห์มสายในวัง วัตถุมงคลที่ท่านจัดสร้างท่านจะใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัว และสร้างแจกเท่านั้น ท่านแจกให้กับลูกศิษย์ใกล้ชิดคนร่วมพิธี ทหารในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และสร้างถวายวังครับ

    พุทธคุณเสด็จแม่ยั่วเมือง ศิวะอุมา กัตตารีนามาฮา
    ด้วยอานุภาพของเสด็จแม่ยั่วเมืองล้วนส่งอิทธิคุณเรื่องมหาเสน่ห์ มหาเมตตา มหานิยม อาลัย อาวรณ์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด อันว่ามหาเสน่ห์รุนแรงจากเสด็จแม่ยั่วเมืองนั้น ครอบคลุมความเป็นเจ้าเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม เพศเดียวกัน คิดถึง คนึงหา อยากมาสมสู่ ร้อนรนทนอยู่มิได้…เหล่ามหาชนลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ ต่างเมตตารุมล้อมซื้อของ มอบโชคลาภ งานเข้า ให้กับเจ้าของธุรกิจ พ่อค้า แม่ขาย….ด้วยแรงปรารถนาแห่งความเป็นมหานิยมสุดขั้วของเหล่าดารา ศิลปิน พริตตี้ โคโยตี้ นักร้อง นักดนตรี พิธีกร เสด็จแม่ยั่วเมืองยังคงครองความเป็นเครื่องรางมหามงคลของพวกเขาโดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผย อีกทั้งยังรวมถึงปกป้อง คุ้มครอง กันคุณไสย์ มนต์ดำ สิ่ง อัปรีย์จัญไรที่มากล้ำกลาย ให้มลายหายสิ้น เสด็จแม่ยั่วเมืองเป็นมหาเสน่ห์ชั้นสูง อย่าแปลกใจหากเศรษฐี เศรษฐินี ไฮโซขั้นเทพก็ยังบูชา!

    เสน่ห์มหานิยมที่ไม่ยุ่งยากเรื่องพิธีกรรม
    จะ ไปคิดพิธีกรรมทำไมให้มากความ คิดกันไปเองทั้งนั้นว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ พอถามไปว่าทำไมต้องคิด คำตอบคือคิดเอง เออเอง หรือไม่ก็เขาเล่าว่า... แต่ไม่รู้ใคร?

    เมื่อคุณศรัทธา..ปาฎิหารย์ย่อมเกิดขึ้นเสมือนเงาตามแรงศรัทธา คิดเสียว่าได้พระเครื่องมาองค์หนึ่ง..คุณต้องทำอะไรบ้างหละ?

    ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ...แม่ยั่วเมืองเป็นมหาเทพแห่งเสน่ห์เมตตา ไม่ใช่ผี ไม่ใช่พราย แล้วทำไมต้องเซ่น?

    ท่านนำมหาเทวีเข้าบ้าน ทำไมต้องบอกเจ้าที่? ดังนั้น คุณไม่จำเป็นต้องบอกเจ้าที่...ไม่ต้องมีพิธีกรรม ไม่ต้องบนบาน คุณเพียงศรัทธาเท่านั้น! แขวน เสด็จแม่ยั่วเมืองขึ้นคอได้ แต่ไม่ควรแขวนรวมกับพระเครื่อง หากคุณแขวนพระเครื่อง ควรแขวนเสด็จแม่ยั่วเมืองให้ต่ำกว่าพระ อาทิ เหน็บที่กระเป๋าเสื้อ พกในกระเป๋าสตรี คล้องที่เอว ใส่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์

    วิธีบูชาเสด็จแม่ยั่วเมือง (พระแม่อุมาปางบูชาศิวลึงค์)
    อาราธนา เสด็จแม่ยั่วเมืองติดตัว อธิฐานให้เสด็จแม่ยั่วเมืองบันดาลเรื่องเสน่ห์มหานิยม หรือโชคลาภ เงินทอง เรียกลูกค้าเข้าร้าน สุดแล้วแต่ปรารถนา...เพียงศรัทธาบารมีท่านอาจารย์หม่อมเท่านั้น ปาฎิหารย์ย่อมเป็นเงาตามแรงศรัทธา ไม่ว่าเป็นพิมพ์ขย่มตอ หรือ 4 รุม 1 ไม่ว่าสีใด รุ่นใด ไม่ว่าเหรียญโลหะ หรือเนื้อผง ต่างส่งพลังอิทธิคุณทางเสน่ห์รุนแรงไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้บูชาว่าจะปรารถนาพิมพ์ใดไว้ครอบครอง

    คาถาเสด็จแม่ยั่วเมือง
    เครื่อง รางมหาเสน่ห์ชั้นสูงของท่านอาจารย์หม่อม สำเร็จได้ด้วยแรงอธิฐานของท่าน โดยไม่จำเป็นต้องบริกรรมคาถา (อาจารย์หม่อมท่านว่าเช่นนั้น ดังนั้นไม่ต้องใช้คาถาแล้วครับ)

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ
    แม่ยั่วเมืองรุ่น ๒ นางขย่มตอ อ.หม่อม

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่ง 30 บาทครับ


    IMG_20260206_162359.jpg IMG_20260206_162419.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...